สิงห์บุรี – นายอำนวย คุ้มไพรี ชาวตำบลหัวไผ่ อ.เมือง เผยว่าเคยทำงานโรงงาน แห่งหนึ่งแถวโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา มาระยะหนึ่งก็เริ่มรู้สึกเบื่อเพราะต้องตื่นแต่ เช้ามืด เลิกงานกว่าจะถึงบ้านก็ค่ำ ไม่มีเวลาให้ครอบครัวและลูก 2 คนชาย-หญิง ตอนนั้นยังเล็ก จึงตัดสินใจลาออกจากงานกลับมาช่วยพ่อทำนาข้าว แต่เนื่องจากพ่ออายุมากแล้ว แต่คิดว่าทำนาข้าว ปีนึงจะทำได้ 2 ครั้ง รายได้ไม่ได้ทุกวัน มีผู้แนะนำในการทำนาบัว จึงเริ่มเปลี่ยนจากนาข้าวมาทำนาบัวเมื่อปี 2548 เริ่มจากยกคันดินให้สูงขึ้น วางระบบท่อน้ำเข้านา แล้วปลูกบัวฉัตรเต็มพื้นที่ 15 ไร่ ระหว่างทำก็พบปัญหาของการเลี้ยงบัวคือ เพลี้ยไฟ หนอน และหอยเชอรี่ ใช้วิธีแก้ไขโดยการใช้ยาและปุ๋ยกำจัดศัตรูของบัว
จากเริ่มทำนาบัวนี้เป็นระยะเวลา 18 ปีแล้ว ส่งลูกเรียนจนจบมหาวิทยาลัยตอนนี้ ยังมาช่วยพ่อทั้ง 2 คน ทุกวันจะตื่นมาตี 4 กว่าจะออกจากบ้านมาถึงนาบัวประมาณตี 5 พร้อมคนงานเก็บบัว 4 คน เริ่มเก็บก็จะมีอุปกรณ์กะละมังใหญ่ 1 ใบ มีด 1 เล่ม เก็บใบบัวแก่รองคั่นดอกบัวจนเต็มก็จะพาลอยมาส่งริมตลิ่ง ลูกสาวกับคนงานอีก 1 คนก็จะนำดอกบัวมานับกองละ 10 ดอก และจะนำใบบัวมาห่อและมัด ทำแบบนี้จนถึงเวลาประมาณ 10 โมงครึ่ง ถ้าเป็นวันโกนกับวันพระ หรือวันสำคัญทางศาสนา ก็จะเก็บถึงประมาณเที่ยง เสร็จแล้วจะนำบัวขึ้นรถกระบะไปส่งที่ตลาดไท ที่ จ.ปทุมธานี ทุกวัน วันละ 300-500 กำ ในราคาส่งกำละ 15 บาท ทางร้านที่ไปส่งก็จะไปขายต่อกำละ 30 บาท โดยมีลูกค้าประจำที่รอรับอยู่ 15 เจ้า ทำให้มีรายได้เข้ามาทุกวัน ชาวบ้านแถวนี้มีรายได้ในการเก็บบัว ค่าจ้างในการเก็บคือ 100 ดอก 20 บาท ทำครึ่งวันก็จะได้ 300-400 บาทต่อคน ส่งเสร็จรับเงินก็กลับบ้าน มีเวลาอยู่กับครอบครัวได้มากขึ้น