ศาลาว่าการกทม. – เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานการหารือเวทีสาธารณะ หัวข้อ ชำแหละกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและผลกระทบต่อรายได้ท้องถิ่น พร้อมบรรยายเรื่อง ผลกระทบของกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่อการจัดเก็บรายได้ของกทม.

นายชัชชาติกล่าวว่า หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และภาคีเครือข่าย ได้ทำวิจัยและนำผลวิจัยมาคุยกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ การประเมินที่ดิน สำหรับที่ดินแปลงใหญ่ โดยก่อนหน้าคิดตามความใกล้ถนนแล้วแบ่งเป็น 4 ชั้นตามระยะห่างออกไป โดยพื้นที่ด้านในคิดภาษีถูกสุด แต่ได้ปรับเกณฑ์ภาษีใหม่โดยที่ดินแปลงใหญ่แบ่งเป็น 7 ชั้น ซึ่งภาษีจะลดหลั่นลงเร็วกว่า ทำให้ที่ดินแปลงใหญ่บางที่ภาษีลดลงไปเยอะ ขณะที่คนมีที่ดินแปลงเล็กเสียภาษีเท่าเดิม หรือเพิ่มขึ้นตามราคาประเมิน

ขณะที่คนที่มีที่ดินแปลงเล็กเสียภาษีเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นตามราคาประเมิน หรือกรณีอื่นๆ อาทิ ราคาประเมินทุนทรัพย์ของสิ่งปลูกสร้างบางรายการไม่ครอบคลุม ทำให้ไม่สามารถประเมินภาษีได้ เช่น เสาสื่อสารส่งสัญญาณ หรือพื้นที่เกษตรจำแลงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี การมีพื้นที่เกษตรในพื้นที่สีแดงในเขตเมือง ซึ่งอาจมองว่าเป็นการทำให้เป็นพื้นที่เกษตรเพื่อหลีกเลี่ยงการจัดเก็บภาษี

นายชัชชาติกล่าวว่า เบื้องต้น กทม. เสนอ คือการจัดเก็บภาษีในที่ดินดังกล่าว หรือกรณีที่ทำให้รายได้จากการจัดเก็บภาษีลดลงคือ การออกพระราชกฤษฎีกาลดภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางประเภท ในช่วงปี 2563 และ 2564 โดยลดภาษีในอัตราร้อยละ 90 ทำให้กทม.ขาดรายได้ไปถึง 25,000 ล้านบาท ดังนั้นขอฝากให้ผู้วิจัยและผู้เกี่ยวข้องช่วยกันดูว่าควรปรับปรุงในมิติไหนบ้าง เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ลดความเหลื่อมล้ำได้จริงอย่างที่ตั้งใจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน