เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าภารกิจระดมกำลังค้นหา เรือดำน้ำจิ๋ว “ไททัน” ของบริษัทโอเชียนเกต เอ็กซ์พิดิชั่น ที่ขาดการติดต่อและสูญหายไปพร้อมผู้โดยสาร 5 คน ระหว่างดำดิ่งลงสู่พื้นมหาสมุทรแอตแลนติกเพื่อชมซากเรือไททานิก นอกชายฝั่งทางตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 18 มิ.ย. ว่าเครื่องบินลาดตระเวนของทางการแคนาดาตรวจพบเสียงใต้น้ำบริเวณที่เรือไททันขาดการติดต่อไป โดยแหล่งข่าวจากหน่วยงานระดับสูงของสหรัฐ บ่งชี้ว่าเป็นเสียงเคาะ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามค้นหาเรือไททันตลอด 24 ชั่วโมง ของทั้งหน่วยงานสหรัฐและแคนาดา รวมถึงทีมงานจากเอกชนอีกหลายฝ่าย เนื่องจากปริมาณอากาศหายใจภายในเรือไททันนั้นคาดว่าเหลืออีกเพียงไม่ถึง 40 ชั่วโมงเท่านั้น แต่การค้นหาเต็มไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากพื้นที่ค้นหานั้นกว้างกว่า 2 หมื่นตารางกิโลเมตร และ ลึกถึง 4 ก.ม. เทียบได้กับขนาดของรัฐคอนเน็กทิคัตของสหรัฐ
นายทิม มัลติน ผู้เชี่ยวชาญซากเรือไททานิก กล่าวว่า การค้นหาใต้ทะเลที่ระดับความลึกข้างต้นนั้นยากลำบากเนื่องจากไม่มีแสงอาทิตย์โดยสิ้นเชิง ทุกอย่างมืดสนิทจนแม้แต่มือของตัวเองก็มองไม่เห็น ขณะที่ร้อยเอกเจมี เฟรเดอริก จากหน่วยยามฝั่งสหรัฐ ยอมรับว่าภารกิจกู้ภัยที่เกิดขึ้นมีความซับซ้อนเกินกว่าภารกิจทั่วไปของหน่วย และว่ายามฝั่งไม่มีความเชี่ยวชาญและขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นในการให้ความช่วยเหลือลักษณะที่เกิดขึ้น เนื่องจากความท้าทายนอกจากจะต้องหาเรือให้ทันแล้วยังไม่แน่ชัดว่าจะนำเรือดังกล่าวขึ้นมาได้อย่างไรด้วย
นายจูลส์ แจฟฟี หนึ่งในสมาชิกทีมสำรวจโอเชียนเกต เอ็กซ์พิดิชั่น ภาคพื้นดิน ระบุว่า ตนสันนิษฐานว่าปัญหาน่าจะมาจากระบบเครื่องกลหรือระบบไฟฟ้าขัดข้อง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเรือไททันจมอยู่ที่พื้นทะเล หรือลอยกลับขึ้นมาผิวน้ำแล้ว