ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คริสเตียโน โรนัลโด เป็นนักเตะระดับปรากฏการณ์ของโลก โดยกวาดความสำเร็จแบบล้นหลาม แถมยังบันทึกชื่อตัวเองลงในสถิติและเรื่องราวหน้าประวัติศาสตร์แง่ต่างๆ
อย่างล่าสุดแมตช์ยูโร 2024 รอบคัดเลือก ที่โปรตุเกสพบไอซ์แลนด์ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน โรนัลโดกลายเป็นนักเตะชายคนแรกของโลก ที่ลงเล่นให้ทีมชาติถึงหลัก 200 นัด ซึ่งงานนี้กินเนสส์บุ๊กมอบใบประกาศเกียรติคุณให้ก่อนเกมด้วย
โรนัลโดยังยิงประตูชัยช่วยให้โปรตุเกสชนะ 1-0 ซึ่งเป็นลูกที่ 123 ในนามทีมชาติ ครองตำแหน่งสถิติสูงสุดตลอดกาลอยู่เช่นกัน

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ โรนัลโดก็ต้องใช้เวลายาวนานถึง 20 ปี และผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากมาย มาดูกันว่ามีช่วงเวลาไหนที่น่าสนใจบ้าง
โรนัลโดประเดิมชุดใหญ่ในเกมกระชับมิตรเจอคาซัคสถาน เมื่อ 20 สิงหาคม 2003 ด้วยวัย 18 ปี โดยลงเป็นสำรองแทน หลุยส์ ฟิโก
แม้จะยังเป็นตัวสำรอง แต่โรนัลโดก็ได้รับโอกาสลงเล่นเกมกระชับมิตรต่อเนื่อง กระทั่งยิงประตูแรกได้ในเกมพบสวีเดน วันที่ 28 เมษายน 2004 ก่อนจะมีชื่อร่วมทัพชุดลุยศึกยูโร 2004 ซึ่งแข้งรายนี้ได้โอกาสลงสนามทุกนัด ยิงไป 2 ประตู จ่ายให้เพื่อนยิงอีก 2 ประตู จนทีมก้าวไปถึงตำแหน่งรองแชมป์
หลังจากนั้นโรนัลโดจึงขยับสถานะมาเป็น ผู้เล่นตัวจริงทีมชาติ ซึ่งเจ้าตัวก็ยิงไปถึง 7 ประตู ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2006 และยิงในรอบแบ่งกลุ่มที่ชนะอิหร่าน 2-0 ด้วยวัย 21 ปี 132 วัน กลายเป็นนักเตะโปรตุเกสอายุน้อยสุดที่ยิงได้ในฟุตบอลโลก
เกมกระชับมิตรที่พบบราซิล 6 กุมภาพันธ์ 2007 โรนัลโดได้รับโอกาสสวมปลอกแขนกัปตันทีมหนแรก ขณะนั้นอยู่ในวัย 22 ปี หลังจากนั้นก่อนเข้าสู่ยูโร 2008 โรนัลโดก็ได้รับเสื้อหมายเลข 7 ซึ่งอย่างที่ทราบกันว่าเบอร์นี้เป็นหนึ่งในเครื่องหมายการค้าของเจ้าตัวไปแล้ว
แฮตทริกแรกกับทีมชาติเกิดขึ้นในเกมฟุตบอลโลก 2014 เมื่อ 6 กันยายน 2013 ซึ่งโปรตุเกสบุกชนะไอร์แลนด์เหนือ 4-2 แต่จบรอบ คัดเลือกโปรตุเกส ต้องไปเพลย์ออฟกับสวีเดนอีกทีในเดือนพฤศจิกายน

ในการเจอกับสวีเดนนี้ โรนัลโดยิงทั้ง 4 ประตู นำทีมชนะผลรวม 4-2 ขึ้นไปทาบ เปโดร เปาเลตา ซึ่งครองสถิติยิงประตูสูงสุดทีมชาติขณะนั้น 47 ประตู กระทั่งต่อมาเกมกระชับมิตรวันที่ 5 มีนาคม 2014 โปรตุเกสชนะแคเมอรูน 5-1 โรนัลโดยิง 2 ประตู จึงขึ้นอันดับ 1 เพียงผู้เดียว
โรนัลโดมาปลดล็อกความสำเร็จทีมชาติได้เมื่อคว้าแชมป์ยูโร 2016 ซึ่งทัวร์นาเมนต์นี้ เจ้าตัวยิง 3 ประตู จ่ายให้เพื่อนยิงอีก 3 ประตู แม้นัดชิงชนะเลิศที่พบฝรั่งเศสจะบาดเจ็บต้องออกจากสนามตั้งแต่ต้นเกมก็ตาม
ฟุตบอลโลก 2018 โรนัลโดเป็นนักเตะที่อายุมากสุดที่ยิงแฮตทริกได้ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายด้วยวัย 33 ปี ในเกมรอบแบ่งกลุ่มที่เสมอสเปน 3-3 และยังเป็นนักเตะคนแรกของโปรตุเกสที่ยิงในฟุตบอลโลกได้ถึง 4 สมัย แม้สุดท้ายผลงานทีมจะไม่ได้น่าจดจำอะไรก็ตาม
ต่อด้วยยูฟ่า เนชันส์ ลีก ซึ่งกำเนิดขึ้นฤดูกาลแรก 2018-19 แม้ โรนัลโดจะไม่ได้ลงเล่นรอบลีกปกติเลย แต่เจ้าตัวก็กลับมาติดธงในรอบชิงแชมป์ ซึ่งโปรตุเกสคว้าแชมป์ไปครองเป็นทีมแรก โรนัลโด ยิงแฮตทริกในเกมรอบรองชนะเลิศที่ชนะสวิตเซอร์แลนด์ 3-1
ยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2020-21 ลีกเอ แมตช์ที่โปรตุเกสชนะสวีเดน 2-0 วันที่ 8 กันยายน 2020 โรนัลโดซัดคนเดียว 2 ตุง ทำให้เจ้าตัวยิงในนามทีมชาติไปแล้ว 101 ประตู เป็นคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่ยิงให้ทีมชาติทะลุ 100 ลูก ต่อจาก อาลี ดาอี ของอิหร่าน

ฟุตบอลโลก 2022 เป็นหนึ่งในช่วงเวลามืดมนของโรนัลโด เมื่อเจ้าตัวฟอร์มไม่ดีและเริ่มถูกลดบทบาทลงไปเป็นตัวสำรอง แถมตอนนั้นชีวิตการค้าแข้งกับสโมสรก็ย่ำแย่อีก จนเริ่มมีคำถามว่าหรือเจ้าตัวจะสิ้นสุดเส้นทางกับทีมชาติเสียแล้ว
ถึงกระนั้น โรนัลโดก็ยังได้รับโอกาสให้เป็นตัวหลักต่อไปในรอบคัดเลือกยูโร 2024 ซึ่งเจ้าตัวไม่ทำให้ผิดหวัง ตอนนี้ยิงไปแล้วถึง 5 ประตู จาก 4 แมตช์ รวมถึงยังทำสถิติติดธงแตะหลัก 200 นัดแล้ว
นี่คือเรื่องราวน่าสนใจบางส่วนบนเส้นทางทีมชาติของโรนัลโดก่อนจะถึง 200 นัด ต้องบอกเลยว่าเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ บางทีอาจไม่มีเกิดขึ้นซ้ำหลังจากนี้อีกแล้วก็เป็นได้