ส่วยอนุญาตก่อสร้าง (3)

เลาะรั้ว

ทุกครั้งที่มีการถูกเรียกเก็บเงินโดยมิชอบในการจะออก ใบอนุญาตก่อสร้าง ใบยินยอมการขอใช้อาคาร จะต้องมีการต่อรองกับคนในส่วนราชการ ณ ที่นั้นอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอนั้น ผู้ขออนุญาตมักได้รับคำตอบเสมอว่า “อย่าต่อรองเลย มันไม่พอแบ่งกัน”

คำตอบที่ว่า “อย่าต่อเลย มันไม่พอแบ่งกัน” นั้น บอกอะไรบ้าง

สิ่งที่บอกก็คือ เราเรียกรับเงินโดยมิชอบนี้ ไม่ได้มีขึ้นจาก เจ้าหน้าที่ในฝ่ายโยธาหรือผู้มีหน้าที่ตรวจแบบ (แต่มิได้มีหน้าที่ในการให้ใบอนุญาต) เท่านั้น แต่การเรียกเก็บเงินดังกล่าวเป็น กระบวนการที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายกัน

การจะป้องกันอันดับแรกก็คือ ต้องทำลายโครงข่ายและ เครือข่ายเหล่านั้นให้ได้

แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ผู้ว่าฯ กทม.อาจไม่มีอำนาจให้โทษ ให้คุณกับเจ้าหน้าที่ระดับนี้ได้เลย

การประชุมที่มีคำขอร้องของผู้ว่าราชการที่จะให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงสอดส่องดูและช่วยป้องกันการเรียกเก็บเงินเหล่านี้จากหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ปฏิบัติราชการส่วนท้องถิ่นนั้นไม่ได้ผล และที่ไม่ได้ผลก็มาจากคำพูดที่ย้อนไปข้างต้นนั้น คือ “อย่าต่อรองเลย เพราะแบ่งกันไม่พอ”

ข้อที่สอง กรณีที่จะเสนอและได้ทำไปบ้างแล้วในการจะป้องกันการเรียกเก็บเงินในการขออนุญาตอาคารโดยมิชอบด้วยการเปลี่ยนแปลงวิธีการเป็นการขออนุญาตทางเทคนิค คือป้องกันการพบปะเพื่อการเจรจาต่อรองระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ขออนุญาตนั้น ไม่มีทางที่จะขจัดการต่อรองเจรจากันได้อย่างจริงจัง

อีกทั้งผลของการทดลองใช้วิธีการขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทำไปบ้างแล้วนั้น มีปัญหาที่เป็นอุปสรรค สร้างเป็นอุปสรรคและข้อขัดข้องในการพิจารณาอีกมากมายที่เชื่อว่าจะเป็นปัญหาใหม่เกิดขึ้นอีก

เหตุผลสั้นๆ ก็คือ 1.เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจเอกสารแบบแปลน ไม่มีความรู้ในการใช้อุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.เจ้าหน้าที่ ผู้ตรวจเอกสารแบบแปลน มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในด้านการก่อสร้างออกแบบและเทคโนโลยีในการควบคุมการก่อสร้างผลิตภัณฑ์วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง และระบบทางวิศวกรรมงานระบบและโครงสร้างต่ำกว่าสถาปนิก วิศวกร ผู้ออกแบบในทุกระบบ อีกทั้งความรวดเร็วในการพัฒนาระบบการใช้งานทางเทคโนโลยีในงานก่อสร้างอุตสาหกรรมก่อสร้าง เป็นไปอย่างรวดเร็วเกินประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ที่จะติดตามได้ทนการเปลี่ยนแปลง

ดังนั้น ข้อเสนออย่างไม่เป็นทางการที่คณะผู้บริหารกำลังดำริก็คือ การใช้หน่วยงานเอกชนที่กำหนดคุณสมบัติ ประสิทธิภาพ ประสบการณ์ มาเป็นผู้ตรวจรับรองการขออนุญาตในทุกระดับ (เช่นเดียวกับประเทศเกาหลีใต้) จึงเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุน

คำถามคือ ดำริของฝ่ายบริหารในเรื่องนี้จะเป็นจริงหรือไม่เท่านั้น

ส่วนเรื่องของการปรับปรุงแก้ไขความซับซ้อนและซ้ำซ้อนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาคารที่มีอยู่ 24 ฉบับนั้น ควรยังต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนต่อไป

นายช่าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน