บีบีซีและเอเอฟพีรายงานวันที่ 23 มิ.ย. ถึงความคืบหน้ากรณีเรือดำน้ำไททันของบริษัท โอเชียนเกต เอ็กซ์พิดิชั่น ในสหรัฐอเมริกา ที่หายสาบสูญไปพร้อมผู้โดยสาร 5 คนระหว่างพาชมซากเรือไททานิกที่ความลึกราว 3,800 เมตรใต้มหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. กระทั่งหน่วยงานยามชายฝั่งของสหรัฐแถลงว่าพบชิ้นส่วน 5 ชิ้นของเรือไททัน
ด้านพล.ร.ต.จอห์น มอเกอร์ ระบุคาดว่าชิ้นส่วนของเรือที่พบเกิดจากการ “ระเบิดแบบ อิมโพลชั่น” หรือถูกแรงดันมวลน้ำบีบอัดเรือจนระเบิดจากภายนอกเข้ามาภายใน ส่งผลให้ ผู้โดยสารที่อยู่บนเรือทั้งหมดเสียชีวิต โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าการระเบิดเกิดเมื่อใดหรือ มีสาเหตุจากอะไร แต่จะเดินหน้าปฏิบัติการค้นหาต่อไป ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะพบหรือกู้ร่างขึ้นมาได้หรือไม่ ท่ามกลางการไว้อาลัยของครอบครัวและผู้คนที่เฝ้าติดตามข่าวจากทั่วโลก
วันเดียวกัน นายเจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังและผู้สร้างหนังเรื่องไททานิก ให้สัมภาษณ์ว่ารู้จักนายปอล-อองรี นาโชเลต์ นักสำรวจชาวฝรั่งเศส หนึ่งในผู้โดยสาร มากว่า 25 ปี พร้อมระบุว่ามีคำเตือนหลายอย่างถูกเพิกเฉยเกี่ยวกับความปลอดภัยของเรือไททัน “ผมรู้สึกตะลึงกับความคล้ายคลึงของหายนะของเรือไททานิกที่กัปตันได้รับคำเตือนซ้ำๆ เกี่ยวกับน้ำแข็งที่อยู่ในเส้นทางเดินเรือ แต่เขากลับแล่นด้วยความเร็วและพุ่งชนก้อนน้ำแข็งจนผู้คนจำนวนมากเสียชีวิต โศกนาฏกรรมที่คล้ายกันมากคือไม่ฟังคำเตือน หนำซ้ำยังเกิดจุดเดียวกัน”
ขณะที่นางอัซเมห์ ดาวูด พี่สาวของนายชาห์ซาดา ดาวูด นักธุรกิจชาวปากีสถาน และ ป้าของนายสุเลมาน ดาวูด ผู้โดยสารอีก 2 คนของเรือไททันที่ร่วมทริปกับนายนาโชเลต์ นายฮามิช ฮาร์ดิง มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ และนายสต็อกตัน รัช ผู้ก่อตั้งโอเชียนเกตเผยว่าหลานชายวัย 19 ปีรู้สึกหวาดกลัว แต่อยากให้พ่อมีความสุขเลยตัดสินใจไปด้วย