คุณสมบัติของ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ผมมองเป็น 3 มิติ มิติแรก การดูแลภาคนโยบายระหว่างต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์ สิ่งแวดล้อมโลกเกี่ยวพันกับประเทศไทยเยอะ เช่น คาร์บอนเครดิต คนที่มาเป็นรัฐมนตรี ต้องมีแรงขับเคลื่อนระดับประเทศสู่ระดับโลกได้

มิติที่ 2 การแก้ปัญหาขัดแย้งของชุมชนในพื้นที่ป่า และการดึงประชาชนเข้ามามีส่วน รัฐมนตรีต้องทำความเข้าใจบริบทประชาชนในพื้นที่ หารูปแบบการจัดการร่วมกันอย่างเหมาะสม เป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะที่ผ่านมาแม้มีตัวกฎหมายมาเอื้อในการแก้ปัญหา แต่แก้ไม่จบ เนื่องจากติดพันกฎหมายลำดับรองอยู่

มิติที่ 3 หน่วยงานในสังกัด เป็นจุดบอดมานานแล้ว กรมต่างๆ ไม่เชื่อมโยงการทำงาน อย่างบางพื้นที่คาบเกี่ยวกัน เช่น สัตว์ป่าในป่าอนุรักษ์ไปอยู่ในพื้นที่ป่าสงวน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ไม่รับผิดชอบ เพราะมองว่าเป็นเรื่องของกรมอุทยานฯ ไม่มีแผนดำเนินการ ซึ่งหวังว่าในอนาคต ภาพของการจัดการระดับภูมินิเวศ จะช่วยให้แต่ละกรมทำงานประสานกันได้

นอกจากนี้ยังมีปัญหาคอร์รัปชั่นที่สะสมมานาน ปัญหาการวิ่งเต้นตำแหน่ง ที่ต้องจ่ายเงินอย่างสม่ำเสมอ เดือนละ 3-4 แสนบาท ทำให้ไปเบียดบังงบบริหาร งบลูกจ้าง ทำให้งานของรัฐมีปัญหาไปหมด ซึ่งควรทำ Career Path ที่ชัดเจน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นขวัญกำลังให้เจ้าหน้าที่ด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐมนตรีต้องให้ความสำคัญและแก้ไขทันที

อย่าให้กระทรวงทส. เป็นการแบ่งก้อนเค้กที่เหลือ เพราะงบประมาณน้อย อย่าเป็นใครก็ได้ มาดูกระทรวงนี้ และต้องปรับเปลี่ยนเป็นหน่วยงานที่รุก ไม่ใช่หน่วยรับ

รัฐมนตรีทส. จึงควรสนใจสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ มีความมุ่งมั่นและจริงจังแก้ปัญหา อย่าให้กระทรวงทส. เป็นการแบ่งก้อนเค้กที่เหลือ เพราะงบประมาณน้อย อย่าเป็นใครก็ได้ มาดูกระทรวงนี้ และต้องปรับเปลี่ยนเป็นหน่วยงานที่รุก ไม่ใช่หน่วยรับ

ผมมองเห็นหลายๆ คนในพรรคก้าวไกล ที่สนใจด้านสิ่งแวดล้อมและเจาะลึกถึงเนื้อหาจริงๆ ทำงานกับชุมชนในพื้นที่มายาวนาน และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุด จะเป็นพลังในการดำเนินงานและผลักดันกฎหมายต่างๆ ได้

อยากฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ว่า อย่ามองข้ามกระทรวง ทส. เพราะกระทรวงนี้ดูฐานทรัพยากรของไทย หากพลิกให้เป็นเรื่องที่สำคัญระดับประเทศ จะเป็นรากฐานที่สำคัญครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งรายได้เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สังคม อาชีพ ความเป็นอยู่ของคนไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน