เริ่มนับถอยหลังไปสู่วันโหวตตั้งประธานสภา อีกเพียงไม่กี่วัน ข้างหน้านี้แล้ว ฤกษ์งามยามดีที่กำหนดเอาไว้คือ 4 กรกฎาคม วันประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก จะได้รู้กันว่า บทเริ่มต้นของการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม จะเดินหน้าต่อไปอย่างราบรื่นหรือแค่เริ่มก็เดือดระอุ

เพราะบทต่อจากการเลือกประธานสภา คือ การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องมี 250 ส.ว.เข้าร่วมด้วย อันจะบ่งชี้แนวโน้มการตั้งรัฐบาลด้วย

แม้ว่าหลังเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม แค่วันเดียว พรรคก้าวไกลที่ชนะอันดับ 1 สามารถรวบรวมเสียงพรรคฝ่ายประชาธิปไตยอีก 7 พรรค เป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้รวดเร็ว

แต่จะพบว่า มรสุมสารพัดลูกได้โหมกระหน่ำใส่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ ก้าวไกล อย่างหนักหน่วง รอบทิศทาง

จนแทบไม่มีใครแน่ใจว่า สุดท้ายนายกฯ จะใช่พิธาหรือไม่

กระนั้นก็ตามนายพิธาและก้าวไกล ก็ยืนยันเดินหน้าไปสู่เก้าอี้นายกฯ ให้ได้ ตามที่ประชาชนมีมติให้เป็นพรรคชนะอันดับ 1 แล้ว!

ขณะเดียวกัน สำหรับพรรคเพื่อไทยที่มาเป็นอันดับ 2 ก็ต้อง ร่วมสนับสนุนก้าวไกล โดยยึดกระแสประชาชนจากผลการเลือกตั้ง

แต่เพื่อไทยก็อยู่ท่ามกลางข้อขัดแย้งภายในพรรค เพราะการเป็นอันดับ 2 แถมห่างกันแค่ 10 เสียงเป็นประเด็นปัญหา

ไม่เคยมีครั้งไหนในประวัติศาสตร์การเมือง ที่อันดับ 2 จะเข้าร่วมกับอันดับ 1 ในการจัดตั้งรัฐบาล มีแต่อันดับ 2 แยกขั้วไปตั้งรัฐบาลแข่งกัน

แต่เพราะกระแสฝ่ายประชาธิปไตย กำหนดให้เพื่อไทยต้องเดินตามก้าวไกลอย่างเลือกไม่ได้

ไปๆ มาๆ ประเด็นนี้เอง ที่เกิดชนวนปัญหาภายใน เพื่อไทย กลายเป็นเสียงเรียกร้องให้ต้องยึดเก้าอี้ประธานสภา!

วันเวลาที่เหลืออีกไม่นานนัก ก่อนจะถึง 4 กรกฎาคม ต้องจับตาผลการเจรจาของ 2 พรรค

ถ้าได้ข้อยุติเก้าอี้ประธานสภาก่อน พอถึงวันลงมติโหวต ก็น่าจะราบรื่น

แต่ถ้าเจรจายุติไม่ได้ อะไรจะเกิดขึ้น ต้องเปิดศึก ชิงเก้าอี้ประธานสภากันเช่นนั้นหรือ!?!

ความร่วมมือกันของก้าวไกลอันดับ 1 และเพื่อไทยอันดับ 2 ที่ยังพอไปได้ด้วยดีตลอดช่วงที่ผ่านมา

โอกาสจะตั้งรัฐบาล 8 พรรค มีความเป็นไปได้มาก

เพียงแต่ตำแหน่งนายกฯ จะต้องฝ่าด่านมหาประลัย 250 ส.ว. ที่ดูยากเย็นยิ่ง แต่ก็จะต้องฝ่าให้ได้โดยมีเสียงประชาชนสนับสนุนกว้างขวาง

เก้าอี้นายกฯ จะเป็นของผู้ชนะอันดับ 1 ได้หรือไม่ ยังต้องลุ้น

เก้าอี้ประธานสภา จะตกลงกันได้ระหว่างอันดับ 1 กับอันดับ 2 หรือไม่ อีกไม่กี่วันจะได้รู้กัน!?

ถ้ามองว่าการเมืองคือการต่อรองระหว่างพรรค แล้วหาทางออกกันได้ ยอมรุกยอมถอยกันบ้าง

ก็ยังหวังว่าสูตรรัฐบาล 8 พรรค ยังเดินหน้าต่อไป โดยยอมปรับเปลี่ยนอะไรบางส่วน!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน