ในบรรดาทุเรียนเลิฟเวอร์ ย่อมรู้ดีว่าทุเรียน ‘หลง-หลิน’ ลับแลที่ ปลูกในอ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ สุดยอดจริงๆ ทานเม็ดเดียวเอาไม่อยู่ บางรายถึงขั้นขับรถไปซื้อถึงสวนเป็นคันรถ อย่างเช่นลูกค้าของสวนรังสฤษฏ์ หมู่ 10 ต.ฝายหลวง อ.ลับแล ซึ่งมีลูกค้าประจำจากกทม. สั่งจองจำนวนมาก และมักขับรถไปรับเองในสวน

วันก่อนผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ‘สมหวัง พ่วงบางโพ’ ก็ได้ใช้สวนรังสฤษฏ์ เป็นสถานที่แถลงข่าว การจัดงานเทศกาลทุเรียนหลง-หลินลับแล จ.อุตรดิตถ์ ระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค. ที่ตลาดกลาง ผลไม้เทศบาลต.หัวดง (OTOP) อ.ลับแล ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆมากมาย ทั้งการจำหน่ายทุเรียน สินค้าโอท็อป และมหกรรมอาหาร นอกจากนี้ยังมีการประกวดทุเรียนหลง-หลินลับแล หมอนทอง ทุเรียนพื้นเมือง และทุเรียนยักษ์, การแข่งขันกินทุเรียน, การประกวดหนุ่มชาวสวนและธิดาหลงหลินลับแล, ประกวดธิดาหลงหลินลับแลจำแลงและประกวดหนูน้อยหลงหลินลับแล

ปัจจุบันอุตรดิตถ์เป็นจังหวัดหนึ่งที่ปลูกกันมาก เกือบ 5 พันไร่ ผลผลิตรวม 45,956.62 ตัน มูลค่าประมาณ 4,440 ล้านบาท/ปี มีเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน จำนวน 7,145 ราย โดยปลูกใน 3 อำเภอ มีอ.ลับแล, อ.เมือง และอ.ท่าปลา ซึ่งทุเรียน ‘หลง-หลินลับแล’ ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เมื่อปี 2561 ด้วยความที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว คือ รสชาติหวานมันกำลังดี กลิ่นไม่แรง เนื้อเนียนละเอียดเป็นครีม

คุณชยพล รังสฤษฏ์นิธิกุล วัย 60 ปี เจ้าของสวนรังสฤษฏ์ และประธานวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ทุเรียนเมืองลับแล เล่าให้ฟังว่า เริ่มปลูกทุเรียนแปลงนี้เมื่อปี 2540 ในเนื้อที่ 8 ไร่ และยังมีแปลงอื่นอีก 2 ไร่ รวมทั้งหมด 22 ไร่ รวมแล้วปลูกทุเรียนมากว่า 30 ปีแล้ว เป็นการปลูกที่ค่อนข้างเป็นเกษตรอินทรีย์ เพราะพยายามลดเคมีลง โดยใช้ บางช่วงที่เป็นช่วงบำรุงต้น หลังจากตัดผลผลิตเสร็จแล้ว จะใช้ปุ๋ยเคมีลงไปบ้างสูตร 18-18-18 เสมอ แต่ว่าจะใส่ปุ๋ยอินทรีย์ที่ทำเอง เป็นพวกปุ๋ยชานอ้อย เปลือกทุเรียน เศษใบไม้ และมูลสัตว์ ผสมกับพด.1 พด.2 ใส่ EM กากน้ำตาลเสริมเข้าไป

สำหรับปีนี้ผลผลิตติดผลน้อย หายไปประมาณ 20% จากปี 2565 เนื่องจากปัญหาภัยแล้ง และปีนี้อุณหภูมิสูงสุด 40 องศาเซลเซียส ปกติทั่วไปจะไม่เกิน 35-38 องศาเซลเซียส ทุเรียนนั้นน้ำมากก็ไม่ได้ น้ำแล้งก็ไม่ได้ ต้องอยู่ในอุณหภูมิที่พอดี

ปีที่แล้วทุเรียนหลงลับแลขายอยู่ที่ก.ก.ละ 350-400 บาท แต่ปีนี้ตั้งต้นอยู่ที่ 400-500 บาท ส่วนหลินลับแลขึ้นไปถึงก.ก. 600-800 บาทบางช่วง ที่ขายได้ราคามากขึ้นเพราะผลผลิตมีน้อย และรสชาติ จะดีกว่า ด้วยความที่อากาศแล้งนาน เนื้อทุเรียนแห้งมาก ผลผลิต ชุดแรกของสวนหมดไปแล้ว จะตัดอีกชุดหนึ่งตอนสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ ช่วงก.ค.ยังพอมีอยู่ โทร.สอบถามได้ที่ 08-9565-3885 หรือแอดไลน์ได้ที่เบอร์นี้
“สวนเราขายส่งทางออนไลน์อย่างเดียว ส่วนใหญ่มีลูกค้าประจำอยู่แล้ว จากเริ่มแรกที่ลูกค้าสั่งลังเดียว เพิ่มมาเป็น 2-10 สั่งครั้งแรกไปฝากคนละลูก สองลูก แต่ทีนี้ญาติเขาจะสั่งเพิ่มเป็นลัง สองลัง เรารับประกันทุกลูก มีปัญหาเคลมได้”

เจ้าของสวนรังสฤษฏ์บอกว่า ในสวนปลูกหลงลับแลมากที่สุด รองลงมาเป็นหลิน ไม่เน้นหมอนทอง แต่ส่วนใหญ่เกษตรกรใน จ.อุตรดิตถ์ 90% จะปลูกหมอนทองกันหมด เพราะเป็นพันธุ์ตลาด แต่สวนตนจะอนุรักษ์พันธุ์พื้นถิ่นของที่นี่ บางแปลงไม่ค่อยนิยมปลูกกัน เนื่องจากมีปัญหาการเก็บเกี่ยวที่ช้า อย่างหมอนทองใช้เวลาเก็บแป๊บเดียว แต่หลงลูกเล็ก เสียค่าจ้างคนตัดเยอะคนตัดก็ไม่ค่อยสนใจ เพราะตัดได้ช้า อย่างหมอนทองตัด 3-5 ก.ก.แป๊บเดียว แต่หลงกว่าจะได้แต่ละลูก น้ำหนักลูกหนึ่ง 1-2 ก.ก.

สวนรังสฤษฏ์ เป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) มีผู้คนและคณะต่างๆไปเยี่ยมเยือนประจำ เพราะที่นี่มีจุดเด่นหลายอย่าง โดยเฉพาะการใช้แมลงกับผึ้งชันโรงมาช่วยผสมเกสรให้

คุณชยพลเล่าว่า ตนอนุรักษ์ชันโรงไว้ ทุกรังที่อยู่ตามต้นไม้ และทำรังเพิ่ม โดยใช้วิธีย้ายรัง และนำไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ซึ่งได้ผลชัดเจน ผลติดและลูกดี จากเดิมลูกจะบิดเบี้ยว แต่พอใช้ผึ้งและชันโรงผสมลูกค่อนข้างสมบูรณ์ พอๆ กับที่ใช้วิธีไปปัดเกสร เพราะปกติ ‘หลิน’ ติดลูกยาก ขณะที่เวลาใส่ปุ๋ย ‘หลิน’ จะกินอาหารมากกกว่าหลงเกือบเท่าหนึ่ง หลินถึงจะมีเนื้อ ปัญหาที่ลูกค้าบ่นคือหลินมักไม่มีเนื้อ มีอยู่แค่พูสองพู
สรุปคือ หลินต่างจากทุเรียนอย่างอื่นคือต้องให้อาหารเพิ่มอีกเท่าตัวหนึ่ง จะใส่ปุ๋ยช่วงลูกเป็นหางแย้เท่าแก้วเหล้าเล็กๆ เริ่มให้ปุ๋ยอินทรีย์เข้าไป ปุ๋ยสูตร 8-8-24 ไม่ใช้บำรุงผล เพราะไม่แน่ใจว่าจะเข้าไปทำให้รสชาติเปลี่ยนหรือไม่

“รสชาติของหลินที่สวนจะแตกต่างจากที่อื่น มีกลิ่นหอมเหมือนสละ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ ทั้งที่สวนไม่ได้ปลูกต้นสละ คนกินสามารถรับรู้ได้เลย แต่หลงมีรสชาติหอมกลิ่นดอกไม้ รสนุ่มกว่าเยอะ รสชาติจะไม่เข้มเท่าหลิน ลูกค้าของสวนชอบหลงกับหลินพอๆ กัน มีลูกค้าอยู่คนหนึ่งอายุ 70-80 ปี มาซื้อหลินครั้งหนึ่ง 300-400 ก.ก.เลย ถึงเวลาเขาจะขึ้นมาจากกรุงเทพฯ เลย เขาบอกกินวันละ 3-5 ลูก และแจกญาติๆด้วย ตอนนี้เขาไม่กินทุเรียนอย่างอื่นเลย สมัยก่อนเขากินมาทั่วประเทศแล้ว”

นับเป็นเกษตรกรอีกรายที่ทำครบวงจร ทั้งปลูกเองและขายเอง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้ลูกค้าได้ซื้อทุเรียนคุณภาพ ในราคาสมเหตุสมผล ที่สำคัญยังรับประกันทุกลูก เป็นการเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ซื้อ
ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง