หลุยส์ ดิอาซ ปีกตัวจี๊ดทีมชาติโคลัมเบีย ได้เปลี่ยนเบอร์เสื้อที่สวมกับต้นสังกัด “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จากเดิมหมายเลข 23 มาเป็นหมายเลข 7 ตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป แทนที่ของ เจมส์ มิลเนอร์ ดาวเตะ จอมเก๋า ซึ่งตกลงแยกทางกันเรียบร้อยแล้ว
สำหรับเบอร์ 7 ถือเป็นเครื่องหมายการค้าของนักเตะหลายคนทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมถึงยังเป็นเบอร์ระดับตำนานที่หลายสโมสรให้ความสำคัญอย่างสูง ส่วนลิเวอร์พูลเองก็มีนักเตะที่สวมเบอร์นี้แล้วประสบความสำเร็จอย่างสูง ชนิดที่กลายเป็นตำนานของสโมสรเลยทีเดียว

อย่างมิลเนอร์ที่เป็นคนครองเบอร์นี้รายล่าสุด แม้จะไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ที่โดดเด่น แต่ก็เป็นผู้ปิดทองหลังพระคนสำคัญ ในฐานะนักเตะสารพัดประโยชน์ซึ่งเล่นได้หลากหลายหน้าที่ และทำได้ดีอยู่เสมอเมื่อได้รับโอกาส
มิลเนอร์ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลไปทั้งหมด 332 นัด ยิงได้ 26 ประตู มีส่วนช่วยนำลิเวอร์พูลคว้าทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ, ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ
ส่วนคนก่อนหน้ามิลเนอร์ก็ถือเป็นเบอร์ 7 ที่โดดเด่นของลิเวอร์พูลเช่นกัน หลุยส์ ซัวเรซ แม้จะจากกันแบบไม่สวย เท่าไหร่ แต่ดาวยิงทีมชาติอุรุกวัยก็ฝากผลงานกับ “หงส์แดง” ด้วยการลงสนาม 133 นัด ยิงได้ถึง 82 ประตู ตลอดช่วงปี 2011-14
โดยในฤดูกาล 2013-14 ซัวเรซเล่นโดดเด่นอย่างที่สุดชนิดเกือบนำลิเวอร์พูลได้แชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ฤดูกาลนี้เจ้าตัวก็กวาดรางวัลส่วนตัวไปมากมาย ทั้งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก, นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลพรีเมียร์ลีก, รองเท้าทองคำยุโรป ฯลฯ ก่อนย้ายไปบาร์เซโลนาในเวลาต่อมา

สตีฟ แม็กมานามาน อดีตเด็กปั้นลิเวอร์พูล ก็เป็นอีกตำนานเบอร์ 7 ของสโมสร โดยแข้งรายนี้เล่นกับทีมช่วงปี 1990-99 แม้เรื่องความสำเร็จกับ “หงส์แดง” จะมีแค่เอฟเอ คัพ และลีก คัพ อย่างละ 1 สมัย แต่ความพลิ้วทางริมเส้นของแม็กก้านั้นยังคงเป็นที่จดจำของเหล่าเดอะค็อปเสมอ
ถ้าย้อนอดีตไปก่อนยุค 1990 ลิเวอร์พูลยังมีอีกหลายคนที่เป็นเบอร์ 7 ระดับเทพ แต่คนที่เป็นตำนานอันดับ 1 ตลอดกาลคงต้องยกให้ เคนนี ดัลกลิช ซึ่งเล่นกับทีมอย่างยาวนานช่วงปี 1977-90
ดัลกลิชลงสนามให้ลิเวอร์พูลไปทั้งหมด 515 นัด ยิงได้ 172 ประตู มีส่วนนำทีมคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้ถึง 6 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย, ลีก คัพ 4 สมัย, ยูโรเปียน คัพ 3 สมัย และยูโรเปียน ซูเปอร์คัพ 1 สมัย
ไม่ใช่แค่หน้าที่ฟาดแข้งในสนาม ดัลกลิชยังต้องขยับมารับบทผู้เล่น-ผู้จัดการทีมตั้งแต่ปี 1985 เป็นต้นมา ซึ่งในช่วงเวลานี้เจ้าตัวก็แชมป์ติดมือด้วย หลังจากนั้นก็ยังมีโอกาสมาเป็นผู้จัดการทีมแบบเต็มตัว พาทีมได้แชมป์ลีก คัพ 2011-12 ถือเป็นบุคลากรที่ผูกพันกับสโมสรอย่างลึกซึ้งสุดๆ
เควิน คีแกน รายนี้ก็เป็นอีกตำนานตลอดกาลของลิเวอร์พูล โดยเล่นกับทีมช่วงปี 1971-77 ลงสนามให้ทีม 321 นัด ยิงไป 100 ประตู พาทีมได้แชมป์ดิวิชั่น 1 ไปทั้งหมด 3 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย, ยูโรเปียน คัพ 1 สมัย และยูฟ่า คัพ 2 สมัย ก่อนส่งมอบเบอร์ 7 และบทบาทดาวเด่นเกมรุกให้ดัลกลิชสืบทอดต่อนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีเบอร์ 7 ผู้เป็นที่จดจำอย่าง บิลลี ลิดเดลล์, เอียน คัลลาแกน, ปีเตอร์ เบียร์ดสลีย์, ไนเจล คลัฟ, วลาดิมีร์ ซมิเซอร์, แฮร์รี คีลล์ หรือร็อบบี คีน ซึ่งบางคนก็ถือว่าทำผลงานได้ดี ส่วนบางคนออกแนวน่าผิดหวัง
กลับมาที่ปัจจุบันกับว่าที่เบอร์ 7 คนใหม่ ดิอาซนั้นถือว่าทำผลงานกับลิเวอร์พูลได้ดี ถึงตอนนี้ลงเล่นให้ “หงส์แดง” ไปแล้ว 47 นัดรวมทุกรายการ ยิงได้ 11 ประตู โดยในฤดูกาล 2021-22 มีส่วนนำทีมได้แชมป์เอฟเอ คัพ กับลีก คัพ แถมยังได้รองแชมป์พรีเมียร์ลีก กับยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
น่าเสียดายที่ฤดูกาลล่าสุด 2022-23 ดิอาซเสียเวลาไปเยอะกับการรักษาอาการบาดเจ็บ ซึ่งนั่นส่งผลกระทบต่อผลงานโดยรวมของทีมด้วย ไม่แน่ว่าถ้าแข้งรายนี้ฟิตสมบูรณ์ดี ลิเวอร์พูลอาจไม่จบซีซั่นแบบมือเปล่า
หลังจากนี้ดิอาซจะเป็นอย่างไรเมื่อได้สวมหมายเลข 7 เขาจะกลายเป็นอีกหนึ่งตำนานตลอดกาลของสโมสรได้หรือไม่ ต้องมารอดูกัน