กทม.2ดินแดง – เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินงานศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนกรุงเทพมหานคร ว่า กทม.มีเป้าหมายปรับปรุงศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนกรุงเทพมหานคร 274 แห่งให้ได้มาตรฐาน รวมถึงขยายการดูแลศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนให้ครอบคลุมทุกชุมชน โดยเน้นพัฒนาศูนย์เด็กอ่อน-เด็กเล็กใกล้ชุมชน และแหล่งงาน ผ่านการสนับสนุน 3 ด้าน ได้แก่

1.ด้านหลักสูตร จัดทำคู่มือส่งเสริมและพัฒนาเด็กปฐมวัย กทม. เน้นจัดการเรียนรู้แบบ Active learning เพื่อเป็นแนวทางแกนกลาง ให้ศูนย์นำไปประยุกต์ใช้ 2.ด้านทรัพยากร ปรับค่าตอบแทนอาสาสมัคร ผู้ดูแลเด็ก ซึ่งอยู่ระหว่างแก้ไขระเบียบ และปรับค่าอาหารกลางวัน จาก 20 บาท เป็นวันละ 32 บาทต่อคน รวมถึงปรับค่าอุปกรณ์ การเรียนเฉลี่ยคนละ 600 บาทต่อปี และ 3.ด้านกายภาพ สำรวจปัญหาทั้ง 274 ศูนย์

ส่วนพื้นที่ที่ต้องการปรับปรุงซ่อมแซม ได้แก่ 1.โครงสร้างโดยรวม ของอาคาร 63 แห่ง คิดเป็น 22.6% 2.ห้องน้ำ 56 แห่ง คิดเป็น 20.1% 3.ห้องเรียน 47 แห่ง คิดเป็น 16.8% จากการสำรวจวัสดุอุปกรณ์ ที่ขาดแคลนและมีความต้องการมากที่สุด ได้แก่ โต๊ะ เก้าอี้ 69 แห่ง คิดเป็น 24.7% เครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น Outdoor 60 แห่ง คิดเป็น 21.5% ชุดที่นอนเด็ก 32 แห่ง คิดเป็น 11.5% ชั้นหนังสือ/ชั้นเก็บของ 32 แห่ง คิดเป็น 11.5% และความต้องการด้านสื่อการเรียนที่ขาดแคลน ได้แก่ ของเล่นเสริมพัฒนาการ/กล้ามเนื้อมัดเล็ก 148 แห่ง คิดเป็น 53%

อุปกรณ์สำหรับจัดกิจกรรม/งานประดิษฐ์ 44 แห่ง คิดเป็น 15.8% สื่อเทคโนโลยี 40 แห่ง คิดเป็น 14.3%

นอกจากนี้ จะมีการแก้ไขข้อบัญญัติและระเบียบฯ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 1. ข้อบัญญัติ กทม. เรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการสนับสนุนการพัฒนาชุมชน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2556 ปรับลดอายุเด็ก จากเดิม ตั้งแต่ 2 ปี เป็น 1 ปี 6 เดือน 2. ระเบียบ กทม. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการสนับสนุนการพัฒนาชุมชน(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2556 ปรับเพิ่มอัตราค่าตอบแทนอาสาสมัครผู้ดูแลเด็ก 3. ระเบียบ กทม. ว่าด้วยชุมชนและกรรมการชุมชน พ.ศ.2564 คุณสมบัติของอาสาสมัครผู้ดูแลเด็ก มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 70 ปี และ 4.แก้ไขระเบียบ เกี่ยวกับวันลาของอาสาสมัครผู้ดูแลเด็ก และ 5.หาแนวทางสนับสนุนศูนย์รูปแบบพิเศษ

นายศานนท์กล่าวต่อว่า กทม.จะขอความร่วมมือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในการจัดทำรายการปรับปรุงด้านกายภาพของศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน พร้อมแจ้งวงเงินงบประมาณ จำแนกตามการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน และของบกลาง รวมทั้งทำซีเอสอาร์ ร่วมกับภาคเอกชน และชุมชน โดยกำหนดพื้นที่นำร่องอย่างน้อยเขตละ 2 ศูนย์ และขยายการปรับปรุงศูนย์ต่อไป

ส่วนการดูแลคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางนั้น กทม.มีแพลตฟอร์มเติมเต็ม : นวัตกรรมพลิกโฉมบริการคุณภาพชีวิตเด็กเปราะบาง” โดยร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง กทม. สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนานโยบาย (สวน.) ผ่านการจัดกระบวนการร่วมศึกษาในรูปแบบของ “ศูนย์รังสรรค์นวัตกรรม (Innovation Sandbox)” ภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มการบริการแบบแบ่งปันข้อมูล เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต (ระยะที่ 1) กลุ่มเด็กและเยาวชนในครอบครัวเปราะบางของกทม.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน