หากพูดถึงหนังสือเรื่อง “2475 ราสดร ส้างชาติ” ผลงานของ นริศ จรัสจรรยาวงศ์ สิ่งแรกที่สะดุดตาก่อนสำรวจเนื้อหาภายในเล่มคงไม่พ้นชื่อหนังสือที่สื่อความหมายถึงความพยายามของราษฎรตัวเล็ก ตัวน้อยในการสร้างชาติไทย

หากแต่การสะกดคำนั้นกลับถูกสะกด ด้วยวิธีการที่ไม่ชวนคุ้นตาเอาเสียเลย อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนกลับไปในช่วงการปฏิวัติ 2475 เราก็อาจคาดเดาได้ว่าการสะกดในรูปแบบนี้มีที่มาจากนโยบาย ‘ปติวัติภาสา’ ของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ในช่วงปี พ.ศ.2485-2487

แต่การเล่าเรื่องราวถึงช่วงสมัย 2475 ไม่ใช่เพียงเหตุผลเดียวของการประกอบสร้างเป็นชื่อหนังสือเล่มนี้อย่างเดียวเท่านั้น เพราะมิติการสื่อสารชื่อ ‘ราสดรส้างชาติ’ ยังมีรายละเอียดเบื้องลึกชวนน่าค้นหาอีกมากที่สะท้อนสัญลักษณ์ และสื่อสารความหมายของหนังสือเล่มนี้ออกมาได้อย่างมีชั้นเชิง

เดิมที ‘ราษฎรสร้างชาติ’ เป็นแนวคิดอันเป็นที่รู้จักและนำมาใช้ในภายหลังการปฏิวัติ 2475 ขณะที่คณะราษฎรยังมีอำนาจในการปกครองอยู่ ขณะเดียวกัน นริศ จรัสจรรยาวงศ์ ก็กล่าวไว้ในอารัมภบทของ “2475 ราสดรส้างชาติ” ถึงที่มาของชื่อหนังสือเล่มนี้ว่า “ทั้งปรีดีผู้ใช้คำว่า “ราษฎร” และจอมพลแปลกผู้ใช้คำว่า “ส้างชาติ” เปรียบเสมือน “ปัญญา” และ “กำลัง” ของขบวนการพลิกแผ่นดินเมื่อ พ.ศ.2475 ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการรวมกันของทั้งสองคำนี้จึงถือเป็นการขับเคลื่อนอันทรงพลังในสมัยเรืองอำนาจของคณะราษฎรที่มีเป้าหมายในการสร้างชาติผ่านรากฐานที่สำคัญอย่างราษฎรทั้งหลายในประเทศนั่นเอง

ปรีดี พนมยงค์ เลือกหยิบนำคำว่า ‘ราษฎร’ มาใช้ในเชิงสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ซึ่งได้ควบรวมความหมายของทั้ง ‘รัฐ’ และ ‘ประชาชน’ ‘พลเรือน’ ‘พสกนิกร’ หรือแม้แต่ ‘ไพร่ฟ้าหน้าใส’ ในประโยคแรกของการประกาศเปลี่ยนแปลงการปกครองว่า “ราษฎรทั้งหลาย…”

เราจึงเห็นได้ว่า คณะราษฎรถือยกเอาความสำคัญของราษฎรทุกคนให้เด่นชัดบนสังคมและความเป็นชาติไทยขึ้นมา และต่อมา แนวคิดที่ถูกเปรียบเป็นปัญญานี้เองก็ถูกนำมาปฏิบัติใช้จริงผ่านนโยบายของจอมพล ป. พิบูลสงคราม

“2475 ราสดรส้างชาติ” ถูกสะกดด้วยวิธีการ ‘ปติวัติภาสา’ หนึ่งในนโยบายในยุคสมัยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยมีการจัดทำพจนานุกรม ตัวสะกดแบบไหม่ ที่อธิบายหลักในการปรับปรุงภาษา อย่างละเอียด นโยบายดังกล่าวถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามประกอบสร้างชาติไทย เพื่อให้ราษฎร ทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ภาษาได้มากที่สุด เร็วที่สุด และง่ายที่สุด โดยการงดใช้สระและพยัญชนะบางตัว และกำหนดให้เขียนคำตามระเบียบไทย รวมถึงใช้เลขสากลแทนเลขไทยด้วย

ขณะเดียวกัน ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย ญี่ปุ่นได้ยื่นข้อเสนอให้เด็กนักเรียนไทยเรียนภาษาญี่ปุ่นในชั้นเรียน ดังนั้น การมีนโยบายการปฏิวัติภาษา จึงทำให้กระทรวงศึกษาธิการสามารถอ้างได้ว่านักเรียนไทยกำลังเรียน ภาษาไทยแบบใหม่อยู่ จำเป็นต้องเรียนภาษาไทยแบบใหม่นี้ก่อน จึงจะเริ่มต้นเรียนภาษาญี่ปุ่นได้

ดังนั้น การปฏิวัติภาษาในยุคนี้จึงถือว่าเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่พยายามคงความเป็นชาติไว้โดยไม่ให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงได้

ดังที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า การริเริ่มใช้คำว่า ‘ราษฎร’ ของปรีดี พนมยงค์ และความตั้งใจของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ในการสร้างชาติไทยที่มองว่า “ชาติคือรัฐซึ่งก็คือราษฎรทั้งหลาย” เปรียบได้กับปัญญาที่ถูกนำมาปฏิบัติจริงผ่านนโยบายโดยแท้ ที่ทั้งมีเป้าหมายให้การเรียนภาษาไทยนั้นเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนทั่วไปและต่อต้าน การคืบคลานเข้ามาของภาษาญี่ปุ่นในระบบการศึกษาขณะช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะภาษาถือเป็นเครื่องมือสำคัญของชนชั้นนำต่อการปกครองคนในสังคม และเป็นรากฐานของการทำความเข้าใจสารบบสังคมที่ทุกคนอาศัยอยู่อย่างไม่สามารถแยกขาดออกจากกันได้

จึงทำให้การรู้และเข้าใจภาษากลายเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่สุดของการสร้างชาติ เพราะชาตินั้นไม่สามารถดำรงอยู่ได้หากปราศจากการมีราษฎรคอยประกอบสร้างขึ้นมา

ชื่อหนังสือเรื่อง “2475 ราสดรส้างชาติ” จึงถือเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อสารนัยความสำคัญของราษฎรในหลายมิติที่ซ้อนทับกัน หากแต่ในท้ายที่สุด แนวคิด “ราษฎรสร้างชาติ” ก็ถือเป็นจุดขับเคลื่อนที่สำคัญและส่งพลังอันยิ่งใหญ่ต่อการสร้างชาติด้วยน้ำมือของราษฎรทั้งหลายอย่างแท้จริง

ชวนทุกคนท่องไปในหลากมิติทางการเมืองที่สอดแทรกอยู่ในเรื่องราวทางวัฒนธรรม ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความเป็นชาติอันเป็นผลงานของคนธรรมดาสามัญชนไปด้วยกันได้ที่

2475 ราสดรส้างชาติ
ผู้เขียน : นริศ จรัสจรรยาวงศ์
480 หน้า / ราคา 470 บาท
ทดลองอ่านได้ที่ : https://bit.ly/3qCBBXg

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน