แม้การประชุมร่วมแกนนำ 8 พรรคการเมือง ที่จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลยังหาข้อสรุปไม่ได้กรณี ผู้สมควรดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร

แต่ก็มีแนวโน้มที่ดี

คาดว่าจะหาข้อยุติได้อย่างเป็นเอกภาพก่อนจะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกในวันที่ 4 กรกฎาคม เพื่อโหวตเลือกประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ

พรรคเพื่อไทยขอนำเรื่องดังกล่าวไปประชุมเป็นการภายในร่วมกับกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคก่อน

จึงหวังว่าจะออกมาในทิศทางที่ดี เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย โดยเฉพาะต่อประชาชนที่ร่วมกันแสดงเจตจำนงอยากให้ พรรคอันดับที่ 1 และ 2 ได้ทำงานร่วมกัน

เป็นธรรมชาติของการเมืองของทั่วโลก ยากที่พรรค การเมืองมีนโยบายและแนวทางทางการเมืองเป็นไปในทางเดียวกัน เหมือนกันบ้าง แตกต่างกันบ้างแล้วแต่อุดมการณ์

แต่เมื่อเป็นรัฐบาลร่วมกันโดยเสียงข้างมาก ก็สามารถหยิบยกข้อเด่นของแต่ละพรรคมาหลอมรวมเป็นนโยบาย กำหนดทิศทางร่วมกันได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

ขณะที่เสียงข้างน้อยก็มีหน้าที่ตรวจสอบ ถ่วงดุล ชี้ข้อบกพร่องต่างๆ ผ่านกระบวนการทางรัฐสภา เช่นกระทู้ถาม ไปจนถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ที่สำคัญจะต้องไม่มีอำนาจพิเศษ ใดๆ เข้ามาแทรกแซง ขัดขวาง หรือล้มล้างกระบวนการนี้โดยไม่ผ่านมือ ของประชาชนอีก

ล่าสุด นิด้าโพลเปิดเผยผลการสำรวจความเห็น ประชาชนต่อเรื่องนี้เช่นกัน พบว่าร้อยละ 76.72 ระบุประธานสภาผู้แทนราษฎรควรทำงานให้กับทุกพรรคการเมืองด้วยความเป็นกลางได้

รองลงมา ร้อยละ 28.63 ระบุมีประสบการณ์ทำงานในฐานะ ส.ส. หลายสมัย ร้อยละ 26.34 ระบุต้องจบกฎหมาย ร้อยละ 16.41 ระบุต้องมาจากพรรคที่จะเป็นรัฐบาลเท่านั้น

ขณะที่ร้อยละ 15.95 ระบุว่า ไม่จำเป็นต้องมาจากพรรคเดียวกันกับนายกรัฐมนตรี และร้อยละ 15.65 ระบุไม่จำเป็นต้องมาจากพรรคอันดับหนึ่งในสภาก็ได้

เมื่อถามความเห็นต่อการตัดสินใจของ ส.ส. ในการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรพบว่าร้อยละ 52.44 ระบุ ควรตกลงกันภายในพรรคของตนก่อน จึงขอฝากเสียงสะท้อนทั้งหมดนี้ไปยังพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน