ทางออกที่ดีที่สุดของประเทศในขณะนี้ ต้องให้ส.ว. 250 เสียงตระหนัก ทำเพื่อประเทศชาติสักครั้ง
ในฐานะประชาชน เห็นส.ว.ออกมาแสดงท่าทีที่จะไม่โหวตให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่พรรคก้าวไกลได้เสียงมากเป็นอันดับ 1 และจับ 8 พรรคร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล รู้สึก เบื่อมาก ในเมื่อประชาชนเลือกเสียงข้างมากแล้วไม่จบ
ต้องให้คน 250 คนมารับรอง 40 ล้านเสียงของประชาชน ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องให้คน 40 ล้านคนเลือก ก็ให้ 250 คนเลือก และไม่ต้องเรียกว่าระบบประชาธิปไตย แต่ให้เรียกระบบเผด็จการในคราบประชาธิปไตย
ทางออกที่ดีที่สุดของประเทศในขณะนี้ ต้องให้ส.ว. 250 เสียงตระหนัก ทำเพื่อประเทศชาติสักครั้ง จากที่ไม่เคยมีปรากฏว่ามีประโยชน์ใดๆ มา 4 ปี อย่าให้เขาด่าได้ว่าเป็นขี้ข้าเผด็จการ
ดังนั้น ส.ว.ควรยึดถือระบอบประชาธิปไตย โหวตเลือกตามเสียงข้างมากของประชาชน และไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดความแตกแยก ถ้าส.ว.แตกแยกเสียงของประชาชน จะเกิดหายนะของประชาชนจริงๆ
ส่วนที่บอกว่า 14 ล้านเสียง ไม่ใช่เสียงส่วนมาก หรือพรรคที่ 2 คะแนนไม่ห่างกันเท่าไหร่ อย่าลืมว่า 10 ที่นั่ง ก้าวไกลได้ 151 ที่นั่ง เพื่อไทย 141 ที่นั่ง ซึ่ง 10 ที่นั่งเท่ากับ 3 ล้านกว่าเสียง นี่คือ 3 เท่าที่พรรคภูมิใจไทยได้ ทั้งหมดคูณ 3 นี่คือส่วนต่าง เราต้องยอมรับว่าได้ที่ 2 การจะขอแบ่งถ้วยก็ต้องมาพูดคุยกัน
แต่ตอนนี้ สิ่งสำคัญคือการสมานฉันท์ ฟื้นฟูประชาธิปไตย ซึ่งศัตรูของก้าวไกล ไม่ใช่เพื่อไทยและศัตรูของเพื่อไทย ไม่ใช่ ก้าวไกล แต่ศัตรูของทั้ง 2 พรรคคือเผด็จการ ดังนั้น ต้องเอาเผด็จการออกก่อน แล้วเปลี่ยนรัฐธรรมนูญให้กลับสู่ประชาธิปไตย แล้วจะทำอะไรค่อยว่ากัน ตอนนี้ประชาชนอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดแล้ว ไม่สามารถเหยีบบย่ำศรัทธาประชาชนไปมากกว่านี้แล้ว
ฝากถึง 8 พรรคร่วมรัฐบาล ภาคประชาชนเราอยากเห็นประชาธิปไตยขับเคลื่อนเดินหน้า และมันคือความหวังจริงๆ อยากเห็นประเทศเจริญ ประชาธิปไตยเจริญ เพื่อลูกหลานของ คนไทย
ขอให้พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล จับมือกันไว้ ถ้าพรรคไหนทำให้ขั้วอำนาจเดิมกลับมา ใครก็ตามที่เอาแม้แต่ 1 ใน 3 ของกลุ่มอำนาจเก่ากลับมา เลือกตั้งครั้งหน้า พรรคนั้นบรรลัยแน่นอน