นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากการประเมินความต้องการของการท่องเที่ยวปี 2566 เชื่อว่าภาคท่องเที่ยวจะสามารถพยุงเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศได้ โดยทั้งปีมีลุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 30 ล้านคน หรือหากลดลงมาที่เป้าหมายรอง 25 ล้านคน นักท่องเที่ยวคนไทยเที่ยวไทย 117-135 ล้านคน/ครั้ง การภาคท่องเที่ยวจะสร้างรายได้ให้ประเทศ 80% ของ รายได้ท่องเที่ยวในปี 2563 หรือมีรายได้ประมาณ 2.38 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ 6 เดือนแรกปี 2566 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยประมาณ 12.87 ล้านคน ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดทั้งปี จะสามารถเพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมายหลัก 30 ล้านคน เบื้องต้น ททท.ได้ประเมินบรรยากาศการท่องเที่ยวแล้ว เชื่อว่าจากนี้ต่อไปถึงสิ้นปี จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้าไทยได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2 ล้านคน และหากไตรมาสสุดท้ายของปี มีจำนวนนักท่องเที่ยว 3 ล้านคนต่อเดือน เป้าหมาย 30 ล้านคนคงอยู่ไม่ไกล

“ตลอดทั้งปีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะไม่น้อยกว่า 25 ล้านคน แต่จะถึง 30 ล้านคนหรือไม่ต้องดูว่าเดือน ต.ค.2566 เพราะเป็น ช่วงวันชาติของจีน และเป็นเริ่มต้นฤดูหนาว สำหรับนักท่องเที่ยวตะวันตก แต่ที่ผ่านมาตลอด 6 เดือนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป คือเดินทางเที่ยวไทยโดยมีวันพักเพิ่มขึ้น จึงเชื่อว่ารายได้โดยรวมจะเพิ่มขึ้น และสามารถพยุงเศรษฐกิจ ในช่วงที่การส่งออกติดลบ”

รายงานข่าวจากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ครึ่งปีแรกของปี 2566 (ม.ค.-มิ.ย.) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยประมาณ 63.5% เทียบก่อนการระบาดของโควิด-19 และนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ มาเลเซีย จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และเวียดนาม คิดเป็น 48.6% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เปิดเผยถึงสถานการณ์การเมืองไทยกับความท้าทายในการทำการตลาดของ ททท. ว่า อะไรที่ยังไม่เกิดก็ไม่กังวลเพราะยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ต้องเดินไปให้ได้ อย่านำความกังวลมาฉุดรั้งการท่องเที่ยว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน