วันที่ 3 ก.ค. เอเอฟพีรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์แถลงว่า กองทัพอิสราเอลสังหารชาวปาเลสไตน์ 9 ราย และบาดเจ็บอีก 100 คน ในจำนวนนี้อาการสาหัส 20 คน ในปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายครั้งใหญ่เมื่อวันจันทร์ที่ 3 ก.ค. ในเมืองเจนิน ทางเหนือของเขตเวสต์แบงก์ โดยมีทั้งการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดิน อิสราเอลนำกองกำลังทหาร หลายร้อยนายเข้าบุกโจมตีนานกว่า 20 ชั่วโมงแล้ว
การโจมตีเปิดฉากขึ้นภายใต้รัฐบาลขวาจัดของนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล พุ่งเป้าเมืองเจนิน ทางเหนือ นับเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดในเขตเวสต์แบงก์ในรอบหลายปี ซึ่งในปฏิบัติการใช้ทั้งรถหุ้มเกราะ รถปราบดินทางทหารและโดรน นายเคมาล อบู อัล-รูบ รองผู้ว่าราชการเมืองเจนินระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการเมื่อช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 3 ก.ค. ประชาชนอพยพหนีตายจากค่ายผู้ลี้ภัยราว 3,000 คน และกำลังเตรียมที่พักพิงชั่วคราวในโรงเรียนและสถานที่อื่นๆ รองรับ การยิงปะทะและการระเบิดเขย่าเมืองและค่ายผู้ลี้ภัย ที่อยู่ติดกัน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของนักรบติดอาวุธที่มีประชาชนอาศัยอยู่ราว 18,000 คน ขณะที่ชาวปาเลสไตน์ขว้างหินใส่ทหาร ควันจากการระเบิดและเผาไหม้แผงกั้นทำให้ท้องฟ้ามืดมิด ปฏิบัติการโจมตีครั้งล่าสุดนี้มียอดผู้เสียชีวิต 9 ราย มากกว่าเมื่อครั้งที่อิสราเอลบุกโจมตีเมืองเจนินเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และมีการใช้เฮลิคอปเตอร์สำหรับยิงขีปนาวุธในการต่อสู้ ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยด้วย
นายเนทันยาฮูกล่าวในแถลงการณ์ระบุว่า กองกำลังอิสราเอลซึ่งอยู่ในรังผู้ก่อการร้ายในเมืองเจนินกำลังทำลายศูนย์บัญชาการและยึดอาวุธสำคัญ นายแดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอลกล่าวว่า กองกำลังอิสราเอลไม่ได้ตั้งใจที่จะอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย แต่กองกำลังเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่รุนแรงจากการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ