กําลังมาแรงสำหรับนักแสดงน้องใหม่ ‘เบคกี้’ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง หลังจับคู่จิ้น ‘ฟรีน’ สโรชา จันทร์กิมฮะ ในซีรีส์เกิร์ลเลิฟ “ทฤษฎีสีชมพู” จนฮอตฮิต ล่าสุดชาลเลนจ์ตัวเองกับภาพยนตร์แนวฮา-ม่า “Long Live Love! ลอง ลีฟ เลิฟว์” ที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงตัวพ่อตัวแม่อย่าง ‘ซันนี่ สุวรรณ เมธานนท์’ และ ‘ชมพู่ อารยา’
◆ ในภาพยนตร์ “Long Live Love!” รับบทเป็นใคร?
เบคกี้ – “นะโม ค่ะ ลูกของ สติ กับ เมตตา ที่แสดงโดยพี่ซันนี่กับพี่ชมพู่ เป็นเด็กดื้อ แสบ ซน เถียงทุกคน หน้าบึ้ง เอือมระอาและต่อต้านพ่อ อยากให้พ่อแม่เลิกกัน จริงๆ ตัวหนูเป็นคนไลฟ์ลี่และสดใสมากๆ ค่ะ ขัดกับ คาแร็กเตอร์นะโมทุกอย่าง ทั้งการเดินการนั่ง”

◆ ถือเป็นหนังเรื่องแรกเลยไหม?
เบคกี้ – “ค่ะ เกร็งมากๆ แต่ก็ดีใจที่ได้ร่วมงานกับพี่ๆ ที่เก่งมากๆ เก่งจนหนูเกร็ง เกร็งทั้งเรื่องบทและเกร็งที่ได้ร่วมงาน พอเวิร์กช็อป บ่อยๆ ทำให้ความเกร็งน้อยลง พี่ๆ จะสอน ให้เราไม่ต้องเล่นตามบทมาก เล่นให้ได้ฟีล เข้าใจความรู้สึกตัวละครแล้วถ่ายทอดอารมณ์ ออกมา”
“เวลาเล่นต้องมีสมาธิมากๆ เพื่อคีพ คาแร็กเตอร์ตัวละคร จนช่วงหนึ่งติดคาแร็กเตอร์ นะโมที่เดินแบบห้าวๆ ไปในกอง ทฤษฎีสีชมพู จนผู้กำกับฯ ต้องบอกว่าผู้หญิงๆ ผู้หญิงกว่านี้ (หัวเราะ)”

◆ จาก ‘ม่อน’ ใน “ทฤษฎีสีชมพู” มาเรื่องนี้ ‘นะโม’ พลิกเยอะเลยไหม?
เบคกี้ – “พลิกสุดๆ ม่อนจะเวรี่ๆๆ ไลฟ์ลี่ เวรี่สดใส เวรี่โพสิทีฟเอ็นเนอร์จี้สุดๆ ไม่เคยมองโลกแง่ลบ แต่นะโมจะตรงข้าม แตกต่างกันสิ้นเชิง ซึ่งคนที่ดู ลอง ลีฟ เลิฟว์ เขามีรีวิวบอกว่ามันคนละฟีลกับม่อนสุดๆ เหมือนเจอเสน่ห์ใหม่ๆ ในตัวเบคกี้ ดีใจค่ะ อยากให้ทุกคนมองว่าหนูเล่นได้หลายๆ คาแร็กเตอร์ หลายๆ บท จะได้เติบโตในการแสดง”
◆ ขึ้นแท่นสาวฮอตไปแล้วตอนนี้?
เบคกี้ – “เป็นเพราะทุกคนสนับสนุน ซัพพอร์ตทุกอย่าง รวมถึงผู้ใหญ่ที่มองเห็นและให้โอกาส ที่มีทุกวันนี้ได้เพราะทุกคน ปีนี้ถือเป็นปีทอง มีทั้งไปต่างประเทศ มีหนัง ซีรีส์ มีอะไรเข้ามาเยอะมากๆ ต้องขอบคุณทุกๆ คนค่ะ”

◆ คู่จิ้น ฟรีน-เบคกี้ โกอินเตอร์ คิดไหมว่า ซีรีส์จะพาเรามาไกลขนาดนี้?
เบคกี้ – “ไม่เลยค่ะ ตอนนั้นที่ถ่ายทำเจออุปสรรคเยอะมาก เช่น ระหว่างถ่าย ทำหนูต้องตัดผมเพราะตอนนั้นเล่นเป็นนะโม ต้องมีต่อแฮร์พีซเวลามาถ่ายซีรีส์ เสร็จปุ๊บข้อเท้าหัก มาเป็นโควิดอีก เลยคุยกับพี่ฟรีนว่าทำไมอุปสรรคเยอะจัง แต่สู้ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะถ่ายจบกันมั้ย สุดท้าย ก็จบและผลตอบรับออกมา ดีค่ะ”

◆ แม้กำลังไปได้ดีบนเส้นทางบันเทิง แต่ความฝัน ที่เป็นทนายก็ยังมีอยู่ (เรียนกฎหมาย Law with Criminology and Psychology) มันเกิดขึ้นได้ยังไง?
เบคกี้ – “ตอนนี้เรียนกฎหมายที่ University of Essex ประเทศอังกฤษ ตอนเรียนที่ Shrewsbury International School อยากเรียน International Relations อยากทำงานในสถานทูต แต่มีวันนึงหนูกับพ่อนั่งดูซีรีส์เรื่อง Suits เป็นเรื่องเกี่ยวกับทนาย พอดูแล้วอยากเป็นแบบเขาตอนแรกจะเข้ามหาวิทยาลัยที่ไทย แต่คิดว่าไปเข้าที่อังกฤษดีกว่า ยื่นเรื่องไปผ่าน แล้วช่วงนั้นเกิดโควิด ที่โน่นเปิดเรียนออนไลน์เยอะขึ้น ถึงไม่ได้ไปเรียนที่โน่นแต่ก็จบและได้ปริญญาเหมือนทุกคน เลยเลือกทางนี้ ตอนนี้เรียนอยู่ปี 4 แล้วค่ะ และถ้าเรียนจบก็อยากต่อโท”

◆ วางเป้าหมายการเรียนกฎหมายไว้ ยังไงบ้าง?
เบคกี้ – “อยากเป็นทนายความค่ะ แต่ก็รักงานแสดง เดี๋ยวรอดูว่าชีวิตจะพาไป เวย์ไหน เรายังเด็ก ทำหลายๆ อย่างได้ อีกอย่างเชื่อว่าอะไรก็ทำได้ถ้าใจเราอยากทำ แม้การเป็นทนายและนักแสดงคนจะมองว่าทำควบคู่กันเป็นไปไม่ได้ จะบาลานซ์ชีวิตยังไง แต่ถ้าเราอยากทำก็เชื่อว่าทำได้”
◆ สวยด้วย เก่งด้วย มีใครเป็นเจ้าของหัวใจหรือยัง?
เบคกี้ – “(หัวเราะ) อยู่กับการเรียนทั้งวันทั้งคืน ไม่มีเวลาค่ะ ตอนนี้อยากโฟกัสที่งานและการเรียนก่อน เรื่องความรักค่อยว่ากัน”

◆ พอเล่นซีรีส์ LGBTQ กลายเป็นขวัญใจสาวๆ มีแนวนี้เข้ามาหาเยอะไหม?
เบคกี้ – “มีตลอด ตั้งแต่เรียนจนถึง ตอนนี้ ก่อนมาเล่นซีรีส์ด้วยค่ะ ส่วนตัวไม่ปิดกั้น ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเพศ สเป๊กที่ชอบ ชอบคนอบอุ่น ไม่ต้องเก่งแต่ขอให้มีความตั้งใจและความมุ่งมั่น วางแผนในชีวิต มีโกล์ที่จะไป ขอให้มีความพยายาม อยากเจอคนที่ไปด้วยกันได้ในทุกสิ่งอย่างเลยค่ะ”
◆ มุมมองความรักของสาวน้อยวัย 21 ปีคนนี้?
เบคกี้ – “ถ้าอยู่กับคนคนหนึ่งแล้วมี ความสุข อยากทำให้ตัวเองดีขึ้นกว่าเดิมทุกวัน อยู่ด้วยกันแล้วอยากดีเพื่อเขา อยากเก่งขึ้น แบบนั้นจะเป็นความรักที่ดี แต่ถ้าเป็นความรักที่ Toxic คือโนเลยค่ะ จะไม่อยู่ไม่ทน ชีวิตมีอะไรเยอะมากที่เราต้องออกไปเจอค่ะ”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล