สตูล – นายธารสวาท พิมเสน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ เกษตรอำเภอควนกาหลง จ.สตูล เผยว่า เกษตรอำเภอควนกาหลงส่งเสริมให้เกษตรกรที่ปลูกพืชผสมผสาน และให้มีการเลี้ยงผึ้งเป็นรายได้เสริม เนื่องจากใน อ.ควนกาหลง ปลูกผลไม้มากและมีป่าเขาดอกไม้ป่ามากมายเหมาะแก่การเลี้ยงผึ้ง และน้ำผึ้งของเกษตรกรมีรสชาติดีสีสวย โดยน้ำผึ้ง ที่ได้รับความนิยมคือน้ำผึ้งเดือนห้า แทบจะขาดตลาด

ปัจจุบันทางกรมส่งเสริมการเกษตรจัดให้ขึ้นทะเบียนแมลงเศรษฐกิจ โดยจะมีผึ้ง ด้วงสาคู และจิ้งหรีด สำหรับหลักเกณฑ์คือเกษตรกรต้องมีรังผึ้ง 30 รังขึ้นไป เมื่อเกิดภัยพิบัติจากธรรมชาติ การที่เกษตรกรขึ้นทะเบียนไว้สามารถรองรับความช่วยเหลือได้ หากไม่ขึ้นทะเบียนเมื่อเกิดความเสียหายจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากทางการได้

ด้าน น.ส.ปิยะนาถ โสลิกี ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ต.ควนกาหลง เผยว่า เดิมทีสวนยางพารา เป็นของพ่อและปลูกสละแซมร่องยางพาราเป็นรายได้เสริม ตอนแรกไม่ได้สนใจเรื่องเลี้ยงผึ้ง กระทั่งเกษตรอำเภอเชิญเข้าอบรม จึงนำความรู้ที่ได้มาทดลองทำดู นำรังผึ้งมาวางไว้ตามที่เรียน รู้มาจากการอบรมและลองผิดลองถูกมาเป็นเวลา 1 ปี จนกระทั่งมีผึ้งเข้ามาอยู่ในรังที่ตั้งล่อไว้ หลังจากนั้นเริ่มเลี้ยงอย่างจริงจังมา 3 ปีแล้ว มีรังผึ้งอยู่ 36 รัง การดูแลรังผึ้ง แค่หมั่นตรวจ รังผึ้งอยู่เป็นประจำไม่ให้ศัตรูผึ้ง จำพวกมดและแมลงมารบกวน พร้อมกับทำให้รังผึ้งมีความสะอาดและปลอดภัย เพราะผึ้งจะชอบอยู่ในรังที่สะอาด

ปีที่ผ่านมาได้น้ำผึ้งมากถึงกว่า 120 ขวด ขายขวดละ 1 ก.ก. ราคา 500 บาท และหาก แบ่งขายทั้งรังขาย ก.ก.ละ 500 บาท เช่นกัน รวมรายได้จากการจำหน่ายน้ำผึ้งกว่า 6 หมื่นบาท ถือเป็นรายได้มากกว่ายางพารา การเลี้ยงผึ้งลงทุนแค่รังเพียงครั้งเดียวเก็บน้ำผึ้งขายได้ตลอด ยิ่งช่วงที่ดอกไม้บานผึ้งจะขยันบินออกไปหาน้ำผึ้งมาเก็บไว้ เพียง 2 เดือนเศษน้ำผึ้งจะเต็มรังเร็วมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน