วันที่ 7 ก.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ระบุถ้าการประชุมรัฐสภาในวันที่ 13 ก.ค. ลงมติเลือกนายกฯ ยังไม่สำเร็จ ก็สามารถโหวตได้อีก 2 ครั้ง ว่า ถ้ามีการประชุมรัฐสภาโหวตเลือกนายกฯ 13 ก.ค.นี้ ก็ถือว่าตอนนี้มีเวลา 7 วัน รวมกับช่วงเวลาก่อนหน้านี้ก็ถือว่าผ่านมานานกว่า 1 เดือน เพียงพอสำหรับการเจรจาเพื่อขอคะแนนสนับสนุนจากส.ส.และส.ว.

แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ควรโหวตหลายรอบโดยมีชื่อผู้ชิงตำแหน่งนายกฯ ชื่อเดียว เพราะสภาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ที่สำหรับเด็กเล่น ขายของ ถ้าส.ส.และส.ว.โหวตรอบแรกแล้วแต่เสียงที่โหวตให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่ถึง 376 เสียง และยังไม่ได้ตัวนายกฯ ก็ไม่จำเป็นต้องเสนอชื่อคนเดิมมาโหวตรอบที่ 2, 3 แต่ควรเสนอชื่อคนที่อยู่ในลำดับ 2 หรือ 3 เพราะส.ส.และส.ว.รู้มาตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้งแล้วว่าใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ จึงรู้เรื่องการตรวจสอบประวัติและเรื่องวิสัยทัศน์มาหลายเดือนแล้ว ดังนั้น ถ้าโหวตรอบแรกแล้วยังเลือกคนมาเป็นนายกฯไม่ได้ก็ไม่ควรบอก ว่าขอเวลาอีก 7 วันแล้วมาเลือกกันใหม่ โดยหวังว่าส.ส.หรือส.ว. จะเปลี่ยนใจ มันเป็นไปไม่ได้

ตนไม่ได้อิจฉา ถ้าเลือกรอบแรกแล้วได้เลยก็จบเลย ก็ดีใจด้วย แต่ถ้าโหวตครั้งแรกแล้วไม่ได้ ก็ควรให้โอกาสคนใหม่ที่เป็นความชอบธรรมในกติกาตามระบอบประชาธิปไตย ควรให้พรรคอันดับที่ 2 จัดไป เสนอชื่อคนถัดไป แต่ถ้าจะเป็นชื่อคนเดิมอีกต้องมีองค์ประกอบหรือเงื่อนไขใหม่ ซึ่งประเด็นแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 ก็อาจเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ ส.ว.ต้องพิจารณาทบทวน แต่คุณไม่ควรเสนอชื่อเดิมซ้ำๆ โดยคิดว่าคนอื่นจะเปลี่ยนใจ นี่มันไม่ใช่เลือกหัวหน้านักเรียน อย่าเสียเวลากับตรงนี้ ไม่ควรใช้เวลานาน วันนี้ประชาชนและภาคธุรกิจรออยู่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน