หนุ่มโสดสายทาสแมว ‘ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์’ กับผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุด “Long Live Love! ลอง ลีฟ เลิฟว์!” ที่ต้องเล่นเป็นพ่อคน ตรงข้ามชีวิตจริง ซึ่งเจ้าตัวยอมรับเล่นเรื่องนี้มีผลต่อมุมมองชีวิตการมีครอบครัว

หนังแต่ละเรื่องจะมีแรงดึงดูดให้คนอย่างซันนี่รับเล่น เรื่องนี้มีแรงดึงดูดอะไร?
ซันนี่ – “จริงๆ แรงดึงดูดมันก็คล้ายกันทุกเรื่อง คือบทมันมาด้วยความตั้งใจและความรักในตัวของคนทำและคนเขียน ซึ่งก็คือคุณมุก (ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ) ที่เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว พอเห็นปุ๊บเราก็จะรู้สึกได้อย่างนั้นตลอด มันเลยเป็นจุดที่ทำให้เรารู้สึกว่าอยากที่จะรับเรื่องนี้”

แสดงว่าบทบาทในเรื่องนี้มีความท้าทายกับนักแสดงที่ผ่านมาหลากหลายบทบาทแล้วอย่างเรา?
ซันนี่ – “ทุกเรื่องก็ท้าทายหมด เพราะเราอยากเป็นตัวละครตัวนั้น อยากอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เราก็พยายามทุกวิถีทางช่วยกันเพื่อให้มันไปได้ดีที่สุด เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้อยู่ในภาพยนตร์ อย่างความท้าทายในเรื่องนี้มันเริ่มตั้งแต่เป็นพ่อมีลูก ชีวิตจริงผมมีแต่แมวไม่มีลูกก็เลยอยากลองดู แล้วมันเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ของความรักเป็นครอบครัว เราก็ยังไม่มีก็ลองดู (ยิ้ม)”

ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับชมพู่ อารยา?
ซันนี่ – “ใช่ครับ เมื่อก่อนไปตามรายการแล้วเจอเขาเป็นพิธีกร คือไม่ได้รู้จักเขาไงก็มองจากที่เราเห็นว่าจะเป็นอย่างนี้อย่างนั้นมั้ง พอได้ร่วมงานกันโอ้โห! เขาเป็นคนดีมาก น่ารัก แคร์ และเอาใจใส่คนอื่น แล้วมาเจอกันเรื่องแรกก็เล่นเป็นผัวเมียกันเลย มาแบบเบอร์แรงสุดไปเลย ผมเองก็เกรงใจลูกเขาด้วย เกรงใจสามีเขาด้วย แต่ในหนังก็คือใส่เต็มมากเพราะมันต้องเล่นเป็นชีวิตของตัวละครในเรื่องอ่ะ จะให้มาเกรงใจในหนังมันก็ไม่ได้ พอได้มาร่วมงานกันผมรู้สึกตั้งแต่แรกแล้วว่าเราไปในทิศทางเดียวกัน เวลาเวิร์กช็อปรู้เลยว่าเขาอินเขาชอบกับเรื่องนี้แค่ไหน ถูกแล้วแหละ…เจอคนที่ถูกต้องแล้วแหละ”

นอกจากนี้คือรับบทเป็นคุณพ่อที่มีลูกสาวโตด้วย ดึงอินเนอร์ความเป็นคุณพ่อออกมายังไง?
ซันนี่ – “มันก็จะอึ้งเพราะเราเป็นช่วงความจำเสื่อมด้วยไง สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นกับฉันคืออะไร อยู่ดีๆ มีลูก ถามว่าดึงอินเนอร์ออกมายังไง ผมเหมือนได้เรียนรู้ตัวละครไปพร้อมกันกับบทเลยครับ เราเหมือนมาจากไม่มีอะไรเลย มันจะคิดกับคนยังไง พวกนี้คือใคร สิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า มันก็จะแบบเริ่มต้นเริ่มเรียนรู้ใหม่”

เล่นกับน้องเบคกี้ (รีเบคก้า) เป็นยังไงบ้าง?
ซันนี่ – “ดีครับ ได้เจอกันเรื่องแรกเหมือนกัน ผมเพิ่งรู้ว่าแฟนคลับเขาเยอะมากเลย เรื่องการทำงานก็ดีเยี่ยม เป็นเด็กที่ตั้งใจ ถามว่าเขาเกร็งๆ เราไหม ผมว่าเหมือนกันทุกคน ผมเองก็เกรงใจเขา อยู่ดีๆ ให้เป็นลูกเราไม่รู้เขาโอเคหรือเปล่า แต่ก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากัน แล้วในเรื่องคือเขาจะเป็นลูกที่เกลียดพ่อ ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่าเกลียดฉันทำไมเพราะเราความจำเสื่อมไง แต่ตอนที่เล่นผมรู้สึกว่ามันดูเป็นครอบครัวการแสดงที่ออกมามันเลยดูเข้ากัน”

ผู้กำกับฯ มุก ปิยะกานต์ ถือว่าคุ้นเคยกันอยู่แล้ว กลับมาทำงานด้วยกันอีกเป็นยังไงบ้าง?
ซันนี่ – “ดีครับ เราช่วยกันเต็มที่เพราะเป็นทีมเดียวกัน แต่ละคนก็มีหน้าที่ของตัวเองก็เล่นในตำแหน่งของตัวเองให้ดีที่สุด เรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกของเขาด้วย แต่ทุกอย่างมีกรอบที่ถูกตีไว้อยู่แล้ว ซิตคอมก็โดนตีกรอบไว้แบบนี้ แต่พอเป็นหนังปุ๊บความ Cinematic มันก็จะอีกแบบหนึ่ง ตอนนี้ก็ใส่ได้เต็มที่เลยครับ สมชื่อมุกว้าวเลย เพราะเขาก็มีทิศทางมีสิ่งที่เขาอยากจะเล่าอยู่แล้ว พอมันเป็นหนังคนรักหนังอ่ะก็อยากจะทำให้สิ่งที่ตัวเองอยากจะทำมากที่สุด เพราะว่ากรอบมันไม่มี”

หลังจากเล่นหนังเรื่องนี้แล้ว มีผลต่อมุมมองชีวิตในเรื่องการมีครอบครัวไหม?
ซันนี่ – “ก็ไม่มีแหละดีแล้ว ล้อเล่นๆ ครับ (หัวเราะ) คือมันได้เห็นหลายๆ มุมไง ชีวิตมันต้องอย่างนี้แหละที่ต้องเจออะไรทำให้เรามีทั้งทุกข์ทั้งสุข มีอะไรที่เป็นภาระและผูกพันกับเรา มันก็จะดูครบเครื่องดี แล้วยิ่งกลัวยิ่งมัน ยิ่งกลัวยิ่งต้องลองเพราะเรื่องความสัมพันธ์อ่ะ ไม่ได้ให้ไปโดดเหวสักหน่อย อันนั้นอ่ะกลัวได้ แต่ความสัมพันธ์โอเค…คุ้ม”

คำโปรยหนังบอกว่า ‘ถ้าเราเกลียดคนที่รักได้ แล้วเราจะกลับไปรักคนที่เกลียดอีกครั้งได้มั้ย’ ถ้าเป็นซันนี่ล่ะ คิดเห็นยังไง?
ซันนี่ – “สำหรับผมมันต้องใช้เวลาเพราะจริงๆ ผมไม่ค่อยเกลียดใครอยู่แล้ว เข้าใจได้ว่ามันเป็นชีวิตเขา จะไปนั่งเกลียดเขาในเรื่องที่เขาทำเหรอ ต่อให้ไม่แฟร์กับเราก็คือชีวิตเขาไง เราอาจจะไปทำกรรมอะไรไว้กับเขาก็ได้เลยต้องเจอแบบนี้ แค่เราไม่ทำเขากลับก็จบแล้วนี่”

ชีวิตโดยรวมตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
ซันนี่ – “ปกติครับ เสมอมาเสมอไป เรื่อยๆ ถามว่าชีวิตมีความตื่นเต้นหวือหวาบ้างไหม มันต้องมีอยู่แล้วสิ แต่เราก็ดีลกับมันได้หมด ไม่ได้เป็นเรื่องหนักหนา และชีวิตก็ต้องไปต่อ”

มีชีวิตราบเรียบอยู่กับน้องแมว?
ซันนี่ – “ใช่ครับ อันนี้เป็นสิ่งใหม่ที่เพิ่งได้มาในช่วงเวลา 2-3 ปีนี้ แมวก็เหมือนบทเหมือนหนังเลย มันจะมีสิ่งที่เรารู้สึกว่าจะทำได้ดีหรือเปล่า แต่ทำไปก่อนเพราะเราชอบมัน ลองดูเพราะไม่เลี้ยงตอนนี้จะไปเลี้ยงตอนไหน เหมือนขับรถอ่ะครับ ก่อนหน้านี้ก็ถ้าไม่ขับตอนนี้จะไปขับตอนไหน พอขับดูเอ้า! กลายเป็นชอบขับรถมาก”

ตอนนี้มีน้องแมวในครอบครอง 2 ตัว จะหยุดแค่นี้ไหม?
ซันนี่ – “ตอนนี้ผมเปิดผมพร้อมมาก แต่ว่ามันมีคนที่เราต้องฝากเขาเลี้ยงด้วย แล้วเขาส่ายหัว ไม่โอเค มันจะเยอะไป (หัวเราะ) ด้วยการทำงานของเรามันก็ต้องมีช่วงที่ต้องฝากให้คนอื่นช่วยเลี้ยงบ้าง”

ความคลั่งรักน้องแมวของเราขนาดไหน?
ซันนี่ – “เขาเป็นลูกเราเนอะ ผมนั่งดูรูปแมวในโทรศัพท์ตลอด วิดีโอที่ถ่ายแมวเต็มไปหมดเลย ผมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ได้มาแล้วคุ้มค่าที่สุดในชีวิต เป็นของขวัญที่ดีสุดๆ ในชีวิตเลยครับ อีกอย่างผมโชคดีด้วย แมวคนอื่นชอบมีคนบ่นโอ๊ย! แมวนิสัยไม่ดี ไม่ค่อยแคร์เรา ซึ่งจริงๆ ผมโอเคนะเรื่องแมวไม่แคร์ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่แมว 2 ตัวนี้ดันแคร์ ตอนเด็กๆ เขามานอนซบที่ไหล่ มานอนในผ้าห่มเราอยู่กับเราตลอด คิดว่าเดี๋ยวโตขึ้นเขาคงเก๊กแหละ แต่ทุกวันนี้ก็ยังขึ้นเตียงมานอนข้างๆ อยู่เหมือนเดิม ส่วนตัวน้องก็อยากทำเหมือนตัวพี่นะ แต่เวลาน้องจะมาอ้อนพี่ก็จะแบบว่า…ส่งสายตามอง ผมกับตัวน้องจะชอบนัดกันเหมือนแอบเจอกิ๊กอ่ะ (หัวเราะ) พอกอดฟัดนัวเนียกันอยู่มองไปข้างล่างเห็นตัวพี่โผล่หน้ามาตรงบันได แล้วตัวน้องพอโดนจับได้ก็จะแบบไม่ยุ่งกับเรา ตัวพี่ได้มาก่อนครึ่งปีถึงจะมีตัวน้องตามมา แต่ว่าเขาสองตัวก็รักกันนะ ไม่ได้ตีกัน แค่ว่าตัวพี่หวงผมเฉยๆ รู้สึกดูมีคุณค่าซึ่งมันต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว คนดีแมวก็ดี เขาบอกแมวจะเหมือนเจ้าของ ถ้าแมวตัวไหนไม่ดี แสดงว่าเจ้าของนิสัยไม่ดี แต่แมวผมนิสัยดีมาก (หัวเราะ)”

คลั่งรักแมวแล้ว ไม่คลั่งรักคนบ้างเหรอ?
ซันนี่ – “ใช้คำว่าคลั่งรักเลยเหรอครับ (ยิ้ม) มันไม่เจอนี่ฮะ ถ้าเจอก็คงรักเขาแหละ (ไม่เจอและไม่ไขว่คว้าด้วยหรือเปล่า?) สำหรับผมมันไม่ใช่ใครก็ได้ไงครับ ไม่ใช่แบบว่าเอามาก่อนเดี๋ยวเป็นยังไงค่อยว่ากัน แล้วยิ่งมันเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของคนสองคนด้วย เขาก็ต้องคิดเหมือนกัน เราก็ต้องคิดเหมือนกัน (หลายคนคิดว่าเราเฉยชากับเรื่องนี้ไปแล้ว?) จำอะไรไม่ค่อยได้แล้วเรื่องความรัก (ยิ้ม) สำหรับผมถ้าเจอก็เจอ เหมือนแมวอ่ะ อยู่ดีๆ มาก็เจอแล้วเราก็ชอบมันเอง คือถ้าไปเจอตัวอื่นก่อนอาจจะไม่ชอบก็ได้ไง มันคงรอเวลาของเขาอยู่”

ตอนนี้ 40 ต้นๆ แล้ว คิดภาพตัวเองในอีก 10 ปีข้างหน้าไหมว่าจะเป็นยังไง?
ซันนี่ – “ไม่เคยมองมาตั้งแต่เด็กเลยครับ สมัยก่อนมองว่าตาย (หัวเราะ) ตอนนี้น่าจะตายยากหน่อย (ความสุขของผู้ชายที่ชื่อซันนี่คืออะไร?) หลายอย่าง ที่จริงมันก็มีความสุขมาตลอด เรารู้จักตัวเอง รู้ว่าชอบไม่ชอบอะไร อยากทำไม่อยากทำอะไร แล้วบังเอิญโชคดีที่มันเป็นสิ่งที่เราคิดอยากทำแล้วได้ทำ ชีวิตตอนนี้ก็แฮปปี้ลงตัว แต่เดี๋ยวก็จะมีความท้าทายอื่นเข้ามาอีกเพราะคนเรามันต้องดูทั้งชีวิต ไม่ได้มองแค่ช่วงเวลานี้ๆ เท่านั้น ต้องดูยาวๆ ว่าจะไปทางไหนต่อ เช่นเดียวกับหนัง ลอง ลีฟ เลิฟว์ ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าเราจะอยู่กับคนคนหนึ่งไปนานแค่ไหน มันก็จะมีประสบการณ์ให้เราเห็นว่าถ้าเราจะให้ความรักยืนยาวมันไม่ได้สวยงามเสมอไป เราต้องเจอกับอะไรบ้าง และเราจะโอเคกับมันแค่ไหน แล้วก็จะได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในนักแสดงทุกตัวเลย”

จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน