สุพรรณบุรี – เรืออากาศเอก นายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวในการเปิดงาน ประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับชาติ ครั้งที่ 7 ว่าสืบเนื่องจากแผนหลักการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติที่ครม.มีมติให้ความเห็นชอบแล้ว มีการรายงานว่าการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ การได้รับพิษ การถูกทำร้าย เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในลำดับที่ 2 การเสียชีวิตจากโรคระบบไหลเวียนโลหิต เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในลำดับ 4 เมื่อรวมข้อมูลการใช้บริการห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลทั่วประเทศแต่ละปี จะมีผู้ป่วยมารับบริการประมาณ 12 ล้านครั้ง เป็นผู้ป่วยขั้นวิกฤตและผู้ป่วยเร่งด่วนประมาณร้อยละ 30

ดังนั้น แต่ละปีควรมีผู้ป่วยประมาณ 4 ล้านครั้งที่มาด้วยระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งในจำนวนนี้ยังมีผู้ป่วยฉุกเฉินเสียชีวิตนอกโรงพยาบาลประมาณ 60,000 คน การมีระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพจะช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินได้ประมาณปีละ 9,000-12,000 คน จึงนับว่าระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพจะสามารถรักษาชีวิตประชาชนไว้ได้จำนวนมาก

การให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินยังมีจำนวนครั้งน้อยกว่าครึ่งของความต้องการที่แท้จริง มีชุดปฏิบัติการฉุกเฉินรวมทั้งสิ้น 8,492 แห่ง เป็นชุดปฏิบัติการฉุกเฉินในสังกัดขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 4,897 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ปกครองขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเพียงร้อยละ 62.36 ส่วนที่เหลือเป็นชุดปฏิบัติการฉุกเฉินภาครัฐ มูลนิธิและนิติบุคคลต่างๆ และมีผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินที่ขึ้นทะเบียนในระบบรวม 109,941 คน หากเพิ่มจำนวนชุดปฏิบัติการฉุกเฉินและพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินให้มากขึ้น จะมีผลทำให้จำนวนครั้งการให้บริการผู้ป่วยวิกฤตและเร่งด่วนเพิ่มขึ้นด้วย การเพิ่มจำนวนชุดปฏิบัติการฉุกเฉินที่ได้มาตรฐานทุกระดับของภาคีเครือข่ายให้มากขึ้นนี้ต้องเร่งดำเนินการให้ครอบคลุมพื้นที่บริการในภาพของประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ผลจะทำให้ผู้ป่วยได้รับการบริการเพิ่มมากขึ้น และส่งผลให้เกิดการสูญเสียน้อยลง

ด้าน นายรัฐพล เวทสรณสุธี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า ประเทศไทยมีระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ใช้หมายเลขฉุกเฉิน 1669 รับแจ้งเหตุผ่านศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการจังหวัด ให้คำปรึกษาทางการแพทย์และส่งรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินระดับต่างๆ ตามความรุนแรงของอาการผู้ป่วยฉุกเฉิน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน