ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับ “ทศพร นิษฐานนท์” แม่ทัพใหม่ของบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด
หลังจากแอมเวย์ โกลบอล ประกาศแต่งตั้งเมื่อเดือน เม.ย.ของปี 2566 นี้
โดย ทศพร มีประสบการณ์ทำงานในสายเทคโนโลยี ดิจิทัล เคยอยู่ซัมซุงมา 12 ปี และหัวเว่ย 3 ปี
ส่วนแอมเวย์ทำงานมาแล้ว 3 ปี ซึ่งในปีแรกดูแลงานด้านดิจิทัล ร้านแอมเวย์ และการขาย ปีที่ 2 รับผิดชอบด้านการวางกลยุทธ์ และปีที่ 3 ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการ

ภารกิจสำคัญคือ การขับเคลื่อนธุรกิจขายตรง สานต่อวิสัยทัศน์ A70 หรือการผลักดันธุรกิจให้เข้าสู่ความสำเร็จ 70 ปีของแอมเวย์โลก ต่อยอดแผนยุทธศาสตร์และการดำเนินงานของแอมเวย์ ให้มีความแข็งแกร่งและยั่งยืน
มุ่งเน้นสร้างคอมมูนิตี้ด้านสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ได้มีสินค้าคุณภาพ หลากหลาย และปลอดภัย ขณะเดียวกันพัฒนาศักยภาพของ นักธุรกิจแอมเวย์ทุกวัย เสริมสร้างความรู้และทักษะทางด้านดิจิทัล ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล
นายทศพรกล่าวว่า ได้อัพสกิลให้นักธุรกิจ แอมเวย์ เป็นแอมเวย์ ครีเอเตอร์ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยให้เรียนรู้การทำธุรกิจโซเชี่ยลคอมเมิร์ซ หรือทำธุรกิจบนโลกโซเชี่ยล ผ่านการเป็นครีเอเตอร์สำหรับสร้างคอมมูนิตี้และกลุ่มผู้ติดตาม มีการฝึกการนำเสนอ หรือโพสต์ผลิตภัณฑ์ของแอมเวย์ให้มีความน่าสนใจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้มากขึ้น ปัจจุบันมีผู้สนใจมาอัพสกิลเป็นหลักแสนคน แต่มีนักธุรกิจที่ได้รับรองจากแอมเวย์ประมาณ 50,000 คน
เพราะต้องยอมรับว่าปัจจุบันเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง อีคอมเมิร์ซ และโซเชี่ยล คอมเมิร์ซ เติบโตแบบก้าวกระโดด และเข้ามามีบทบาทสำคัญในโลกธุรกิจ โดยยอดขายของแอมเวย์ในขณะนี้มาจากออนไลน์ 53% และ 47% เป็นออฟไลน์ ซึ่งแอมเวย์ เตรียมพร้อมด้านไอทีเพื่อรองรับระบบหลังบ้าน สนับสนุนช่องทางขายออนไลน์ โดยใช้งบลงทุนไปทั้งหมด 1,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกันแอมเวย์ ต้องปรับช็อปแอมเวย์ ที่มีอยู่ 82 สาขา ให้เป็นคอมมูนิตี้ ปรับใหม่เป็นคาเฟ่ เสิร์ฟเครื่องดื่มที่มาจากผลิตภัณฑ์ของแอมเวย์ ตอนนี้ทำไปแล้วประมาณ 20 สาขา และมีแผนจะปรับเพิ่มทุกปี ปีละ 10 สาขา ในขณะที่การขยายสาขาใหม่ของช็อปแอมเวย์จะยังไม่มีแผน เพราะมองว่าสาขาที่มีอยู่ครอบคลุมแล้ว

สำหรับเป้าหมายสำคัญของภารกิจในฐานะแม่ทัพคนใหม่คือ การมุ่งสู่ยอดขาย 30,000 ล้านบาท ในปี 2029 หรืออีก 6 ปีข้างหน้าที่แอมเวย์โลกจะครบ 70 ปีของการก่อตั้ง เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ A70
“จากนี้จะหันมาเจาะตลาดเฮลท์และเวลเนส ที่มีมูลค่า 3 แสนล้านบาท จากที่ผ่านมาเราเจาะเพียงตลาดเสริมอาหารที่มีมูลค่า 70,000 ล้านบาท ซึ่งพอร์ตสินค้าที่เรามีอยู่ ทั้ง นิวทริไลท์ รวมถึงเครื่องกรองน้ำ เครื่องกรองอากาศ สามารถตอบโจทย์ได้อยู่แล้ว ตลอดจนการเพิ่มสินค้าใหม่ๆ ให้สอดรับความต้องการของผู้บริโภคในยุคนี้ แม้ว่าในขณะนี้กลุ่มลูกค้ายังเป็นฐานเดิมไม่เปลี่ยน แต่คนรุ่นใหม่ที่อายุ 20-30 ปีมีมากขึ้น”
ปัจจุบันแอมเวย์ ประเทศไทยมีนักธุรกิจแอมเวย์มี 3.3 แสนราย สมาชิกอีก 7.3 แสนราย ยอดขายอยู่ในอันดับ 5 แอมเวย์ทั่วโลก และในอีก 6 ปีข้างหน้ายอดขาย 30,000 ล้านบาท จะขยับ ขึ้นเป็นอันดับ 3 รองจากญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
แม้ว่าจะมีความท้าทายจากยุคเปลี่ยนผ่านของโลกออฟไลน์ไปสู่ออนไลน์ ซึ่งทางผู้นำคนใหม่กำลังขับเคลื่อนให้เกิดความสมดุลของการเปลี่ยนแปลง
เพื่อยืนยันขายตรงเบอร์ 1 ของไทย