เอเอฟพีรายงานวันที่ 9 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เสร็จสิ้นภารกิจเยือนตุรกีเมื่อวันเสาร์ที่ 8 ก.ค. และได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีเรเจ็ป ไตย์ยิบ เอร์โดอัน ผู้นำตุรกี ซึ่งกล่าวระหว่างแถลงข่าวร่วมกันว่ายูเครนควรได้เป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต)
อย่างไรก็ตาม ซีเอ็นเอ็นระบุว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทางไปลิทัวเนียเพื่อร่วมประชุมนาโต “ผมไม่คิดว่ายูเครนพร้อมสำหรับการเป็นสมาชิกนาโต ผมไม่คิดว่าจะมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ในนาโตเกี่ยวกับกรณีที่ว่าจะรับยูเครนเข้าสู่ครอบครัวนาโตหรือไม่ในตอนนี้ท่ามกลางสงคราม” ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังนายไบเดนประกาศว่าจะส่งมอบกระสุนพวงหรือคลัสเตอร์บอมบ์ซึ่งเป็นอาวุธต้องห้ามให้แก่ยูเครน
ขณะเดียวกันนายเซเลนสกียังพาคณะผู้บัญชาการกองพันอาซอฟแห่งเมืองมาริอูโปล กลับมายังยูเครน สร้างความไม่พอใจให้กับรัสเซีย ซึ่งระบุว่ากองพันอาซอฟเป็นกองพันนีโอนาซีที่ก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวรัสเซียในแคว้นโดเนตสก์และลูฮันสก์ รวมถึงเป็นต้นตอ ที่ทำให้รัสเซียต้องเปิดฉากปฏิบัติการพิเศษในยูเครนตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.2565 โดยผู้บัญชาการกองพันอาซอฟทั้งห้านายย้ายไปอยู่ตุรกีตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนนักโทษกับรัสเซีย และจำเป็นต้องอยู่ในตุรกีจนกว่าสงครามยูเครนจะยุติลง
ด้านนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวว่า ทางการรัสเซียขอประณามการปล่อยตัวกลุ่มผู้บัญชาการกองพันอาซอฟซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงในการแลกเปลี่ยนนักโทษ และนับเป็นความล้มเหลวในการโจมตีตอบโต้ นอกจากนี้รัสเซียซึ่งใช้ระเบิดพวงโจมตียูเครนในช่วงสงครามรุกรานยังวิจารณ์การตัดสินใจของประธานาธิบดีไบเดนที่จะส่งระเบิดพวงให้ยูเครนว่าเป็นการกระทำที่สิ้นหวัง