นับถอยหลังอีกเพียง 2 วัน จะถึงวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ในการประชุมรัฐสภาครั้งที่ 1 วันที่ 13 ก.ค.นี้

ในการโหวตนายกฯ ต้องได้เสียงสนับสนุนอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 750 คน (ส.ส. 500 คน และส.ว. 250 คน) คือ 376 เสียง ขณะที่ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล มีเสียงในมือแล้ว 312 เสียง ยังขาดอีก 64 เสียง

นั่นหมายความต้องพึ่งเสียงของส.ว. มาช่วยโหวต เพราะคงเป็นไปไม่ได้ที่เสียงของส.ส.ขั้วตรงข้ามจะมาแหกคอกโหวตให้ นายพิธา

ยิ่งใกล้วันโหวตนายกฯ มากเท่าไหร่ พรรคก้าวไกล(ก.ก.) และกองเชียร์พรรคส้มต่างมั่นใจว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค จะผ่านฉลุยตั้งแต่รอบแรก

เริ่มตั้งแต่ นายพิธา ระบุว่า ผมยังเชื่อว่าจากการฟังเสียง ส.ว.ส่วนใหญ่ ถ้าเขายึดหลักการเหมือนปี 2562 ว่าเมื่อสภาล่างรวบรวมเสียงเกิน 251 เสียง ส.ว.ก็จะโหวตตามสภาล่าง ซึ่งครั้งนี้เรารวบรวมเสียงได้ 312 เสียง หากยึดตามหลักการเหมือนปี 2562 ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

เป็นเรื่องของบรรทัดฐาน เรื่องหลักการหากเอาประชาชนและประเทศชาติเป็นตัวตั้งก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ผมยังเชื่อว่าเสียงจะถึงอยู่

ตอนนี้มั่นใจขึ้นเรื่อยๆ จากการเข้าไปพูดคุยกันได้เห็น ส.ว.หลายท่านให้สัมภาษณ์สื่อและส่งจดหมายเปิดผนึก เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เป็นโอกาสในการคืนความปกติให้กับการเมืองไทย และให้โอกาสประเทศไทยด้วย เชื่อว่าทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ยังมีโอกาสจะคืนความปกติให้การเมืองไทย โดยยึดมติเสียงข้างมาก จะเป็นวาระสำคัญของประเทศว่าเราจะไปในทิศทางไหน

นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังเชื่อว่าการโหวตนายพิธาเป็นนายกฯ จะผ่านไปได้ด้วยดี ยังมั่นใจในวิจารณญาณของ ส.ว.ส่วนใหญ่ว่า อยากเห็นประเทศชาติเดินหน้าอย่างไร การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนแสดงออกว่าต้องการความปกติให้กับประชาธิปไตยของไทย ดังนั้น ผมยังเชื่อมั่น ส.ว.จำนวนมาก ท่านจะให้โอกาสนี้กับประเทศไทย

ส่วนที่ส.ว.ติดขัดเงื่อนไขเรื่องแก้มาตรา 112 ของพรรคก้าวไกลนั้น ที่ผ่านมาเราพยายามอธิบายว่าเจตนารมณ์ของเราเป็นอย่างไร เรามองเห็นปัญหาอย่างไร คิดว่าแนวทางแบบนี้ดีต่อระบอบประชาธิปไตย และสถาบันมากกว่า มั่นใจว่าถ้าได้อธิบายเหตุผล จะมีความเข้าใจมากขึ้น เราต้องอธิบายเหตุผลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเวลาที่เหลือ

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล มั่นใจว่าในวันที่ 13 ก.ค.นี้ จะได้เสียง ส.ว. ยกมือสนับสนุนนายพิธาเป็นนายกฯ ครบถ้วนในครั้งแรก

เมื่อถามว่า เสียง ส.ว. จะต้องได้อย่างน้อย 64 เสียง คิดว่าตอนนี้ครบหรือยัง น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ขณะนี้เสียงได้ครบแล้ว แต่ยังคงต้องทำงานต่อเนื่อง เผื่อมีกรณีที่บางท่านอาจเปลี่ยนใจจะได้มีสำรองเอาไว้ เพราะเราไม่มีทางทราบได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หน้างาน

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า คะแนน 376 ซึ่งมาจาก 2 ส่วนบวกกันคือ เสียงจากสภาผู้แทนราษฎร และเสียงจาก ส.ว. รวมกันแล้วต้องได้มากกว่า 376 เราเองก็อยากรู้ว่า เฉพาะเสียงของส.ส.จะเป็นเท่าไร จะครบ 312 หรือไม่

ในวันโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร ถ้าไม่มีการเสนอชื่อแข่งในตำแหน่งรองประธาน เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าเสียงเราเป็นเท่าไร แต่ปรากฏว่า 8 พรรคร่วมเสนอนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล เป็นรองประธานสภาคนที่ 1 อีกฝั่งหนึ่งเสนอนายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เชื่อหรือไม่ หลายคนอาจรู้สึกอื้อฮือ แต่ผมดีใจ เพราะเป็นโอกาสเดียวที่ทำให้เรารู้ว่า เสียง ส.ส.ที่เราจะได้เป็นเท่าไร

เชื่อว่าการโหวตนายกฯ ไม่ต่างไปจากนี้ คิดว่าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ไม่ว่าจะเป็น ส.ว.ที่ออกมาประกาศจุดยืน ว่าจะเคารพฉันทานุมัติจากประชาชน ทั้งที่ประกาศผ่านสาธารณะ และบอกเล่าเก้าสิบผ่านสมาชิกรัฐสภา เราเชื่อว่ามีมากกว่า 80 คน อาจจะไปถึง 90 หรือ 100 ก็ได้ ตัวเลข 2 ส่วนรวมกัน ไม่ว่าอย่างไรก็เกิน 376 ดังนั้น ไม่แปลกใจที่ก้าวไกลมั่นใจ แต่ความมั่นใจนี้ ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความประมาท

“เราไม่ได้มั่นใจว่าจะชนะ แต่มั่นใจว่าหลักการของรัฐสภาจะได้รับการธำรงรักษาไว้ในคราวนี้ เพราะ ส.ว.หลายท่านชัดเจนว่า ไม่ได้ชื่นชมพรรคก้าวไกล แต่จะเลือกยกมือให้เพราะต้องการเคารพเสียงประชาชนและรักษาหลักการรัฐสภา” นายวิโรจน์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน