การที่ 2 พรรคใหญ่รวมตัวกันตั้งรัฐบาลได้แน่นอนก็เกิดความมั่นคง เป็นเรื่องดี เพราะประเทศไทยไม่เคยมีรัฐบาลที่มีพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรคขนาดนี้ที่เป็นเสียงข้างมาก น่าจะบริหารงานได้ดี
ส่วนคนที่เป็นนายกฯ ต้องมีวิสัยทัศน์ มีประสบการณ์การบริหารประเทศ มองให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนทุกกลุ่ม ฉะนั้นต้องเข้าใจภาพรวมของประเทศทั้งหมด
หากขาดประสบการณ์เรื่องนี้อาจจะลำบาก เว้นแต่มีที่ปรึกษาที่ดี แต่บางครั้งการตัดสินใจบางอย่างก็รอไม่ได้ ปัญหาของประเทศรอการตัดสินใจที่ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจมาก ถ้าประสบการณ์ไม่มากพอก็เป็นเรื่องเสี่ยงของประเทศ
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก้าวไกล เป็นคนหนุ่มมีความคิดเฉียบไว แต่ประสบการณ์ยังน้อยไปหน่อย ก็ต้องเสี่ยงดูในเมื่อประชาชนต้องการให้เป็นนายกฯ ต้องรับความเสี่ยงกันไปซึ่งต้องบริหารจัดการให้ดี มีวิสัยทัศน์ที่ดี อย่ามองสั้นๆ เฉพาะกลุ่มที่เลือกเข้ามา แต่ต้องมองทั้งประเทศ
ส่วนอุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทยก็ใกล้เคียงกัน ซึ่งคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ตัดสินใจถูกแล้ว เพราะกลัวจะซ้ำรอยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สำหรับนายเศรษฐา ทวีสิน เหมือนจะเหมาะ แต่อ่อนประสบการณ์ด้านการเมือง และภาคเศรษฐกิจต้องดูอีกหลายด้าน

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นคนหนุ่มมีความคิดเฉียบไว แต่ประสบการณ์ยังน้อยไปหน่อย ก็ต้องเสี่ยงดูในเมื่อประชาชนต้องการให้เป็นนายกฯ ต้องรับความเสี่ยงกันไป
ขณะที่ระดับกระทรวงสำคัญ อย่างกระทรวงการคลัง ที่สามารถมองเห็นทิศทางการพัฒนาประเทศ การลงทุน ศักยภาพทาง การเงิน ดังนั้น คนที่มาดูกระทรวงนี้ต้องมีข้อมูลมากพอเพราะกระแสการเงินเริ่มเปลี่ยน ต้องมีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจ มีวิสัยทัศน์ ถ้าพลาดนิดเดียวจะส่งผลต่อเศรษฐกิจมาก
ที่สำคัญต้องมีความสามารถมากกว่า ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เป็นกลไกที่สำคัญ ดึงผู้ว่าฯ เป็นผู้ช่วยเหลือที่ดี มีแนวคิดเรื่องระบบเศรษฐกิจของประเทศ การบริหารงบประมาณ ต้องเป็นคนที่เข้าใจจริง ไม่ใช่แค่ดูเหมือนมีความรู้เพียงพอ เพราะการบริหารจริงๆ จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
หวังว่ารัฐบาลชุดใหม่ หากมีความเข้าใจการบริหารก็จะเป็นประโยชน์ สามารถ ต่อยอดเพื่อพัฒนา อะไรที่มีการบริหารจัดการมาแล้วและเกิดผลดีกับประเทศก็ควรจะรักษาไว้ ส่วนจะต่อยอดทำอะไรใหม่ก็ให้ดีกว่าเดิม