ประจวบคีรีขันธ์ – นายอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ เผยกรณีเจ้าหน้าที่เทศบาลแห่งหนึ่งนำรถกระเช้าบรรทุกซากเสาไฟเหล็กเคลือบของทางราชการ ไปจำหน่ายที่ร้านขายของเก่า ขณะที่หลายหน่วยงานภาครัฐได้ตรวจสอบ เพื่อหาเจ้าของงบประมาณที่จัดซื้อ จากนั้นจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่นำเสาไฟไปจำหน่ายในร้านรับซื้อของเก่า เนื่องจากเสาไฟมีราคารวมค่าติดตั้งต้นละ 8 หมื่นบาทถึง 1 แสนบาท มีมากกว่า 300 ต้นที่สันเขื่อนริมอ่าวประจวบฯ ตั้งแต่หน้ารั้ว กองบิน 5 ถึงค่ายลูกเสือม่องล่าย ระยะทาง 8 กิโลเมตร ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ว่า

เสาไฟสับปะรดที่มีภาพปรากฏไปขายให้ร้านของเก่า จะต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ สำหรับขั้นตอนการดำเนินการ จะต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลมายืนยันว่าเสาไฟเป็นทรัพย์สินของหน่วยงานใด สำหรับรถยนต์ต้องสงสัยของหน่วยงานแห่งหนึ่งบรรทุกเสาไฟใส่รถยนต์ของทางราชการไปขายจะต้องได้ข้อเท็จจริงทั้งหมด จะต้องมีหน่วยงานที่ต้องแสดงความรับผิดชอบกับทรัพย์สินของทางราชการอย่างแน่นอน

นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ กล่าวว่า ต้องการให้ร้านของเก่าเปิดเผยข้อมูลกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน เพื่อชี้ชัดว่าเป็นบุคคลใด หรือรถกระเช้าของหน่วยงานใดนำเสาไฟไปขาย จะได้หาตัวผู้กระทำผิดได้ เร็วขึ้น สำหรับเสาไฟสับปะรดที่ชำรุดเสียหาย ที่ผ่านมาเทศบาลได้เก็บไปคืนให้กับเจ้าของเงินงบประมาณ และบางส่วนก็เก็บไว้ในบ่อบำบัดน้ำเสียเทศบาล ยืนยันว่าตั้งแต่มารับตำแหน่งนายกยังไม่เคยพบเห็นเอกสารในการรับมอบเสาไฟจาก หน่วยงานตามที่มีการกล่าวอ้าง

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า เสาไฟโคมสับปะรดที่จัดซื้อโดยกรมการท่องเที่ยว 75 ต้น ตั้งแต่สะพานสราญวิถีไปจนถึงรั้วกำแพงกองบิน 5 ปัจจุบันมี 68 ต้น ถูกถอดออกไป 7 ต้น นำไปกองเก็บเป็นซากที่สำนักงานท่องเที่ยว และกีฬาจังหวัด จำนวน 3 ต้น อีก 4 ต้นไม่พบว่าถูกเก็บรักษาไว้ที่ใด

ส่วนเสาไฟสับปะรดตั้งแต่สะพานสราญวิถีถึงสะพานบางนางรม ที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด อ้างว่าได้ส่งมอบให้กับเทศบาลไปแล้วมีจำนวน 60 ต้น พบว่าชำรุดไม่สามารถใช้การได้เป็นส่วนใหญ่ มีเสาไฟที่ถูกถอดออกไปจากริมเขื่อนอ่าวประจวบ จำนวน 24 ต้น พบกองเป็นซากในบ่อบำบัดน้ำเสียของเทศบาล 3 ต้น ที่เหลือไม่ทราบอยู่ที่ใด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน