13 ก.ค. ต้องจับตานาทีต่อนาที ไปที่การประชุมรัฐสภา ที่มีการโหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดต นายกฯ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นนายกฯ จะออกหัวหรือก้อย

312 เสียงของ 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาล ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคเสรีรวมไทย พรรคเป็นธรรม และพรรคพลังสังคมใหม่ ประกาศชัดเทคะแนนให้นายพิธา หมดหน้าตัก

ยังขาดอีก 64 เสียง หรือ 65 เสียงหากหักเสียงของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ต้อง ‘งดออกเสียง’ เพื่อความเป็นกลางในการทำหน้าที่

ใน 65 เสียงนี้ คงไม่ได้จากพรรคขั้วตรงข้ามมาเติมแน่นอน จึงต้องอาศัยเสียงของ 250 ส.ว.เท่านั้น

ขณะที่นอกสภามีสารพัดม็อบเตรียมแห่ไปให้กำลังใจนายพิธา

ทางสภาและตำรวจ ได้เปิดพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร(กทม.) บริเวณศูนย์สร้างสุขทุกวัยเกียกกาย และศูนย์เยาวชน ตรงข้ามอาคารรัฐสภาฝั่งถนนทหาร เพื่อให้ใช้เป็นพื้นที่ปักหลักติดตามการประชุมได้ รองรับได้กว่า 5,000-10,000 คน

เบื้องต้นฝ่ายความมั่นคงพบว่ามี 14 กลุ่ม ที่จะแสดงพลังหนุนนายพิธา ได้แก่ กลุ่มแฟนคลับพรรคก้าวไกล (ด้อมส้ม) นำโดย นางนภัสสร บุญรีย์, กลุ่มทะลุฟ้า นำโดย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นำโดย น.ส.กัลยกร สุนทรพฤกษ์, กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นำโดย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, กลุ่มเครือข่ายแรงงาน นำโดย น.ส.ธนพร วิจันทร์, คณะก้าวหน้า นำโดย น.ส.พรรณิการ์ วานิช, กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย นำโดย นายกรกช แสงเย็นพันธ์

กลุ่ม iLaw นำโดย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์, กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก นำโดย น.ส.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง, กลุ่มทะลุวัง นำโดย น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์, กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ นำโดย นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง, กลุ่มการ์ด We Volunteer นำโดย นายธนากร มูลถวิล, กลุ่มเพื่อนกัญปฏิวัติ นำโดย นายจิรภาส กอรัมย์, กลุ่มล่องนภา นำโดย น.ส.มาริสา เพศยนาวิน

ขณะที่ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล ในฐานะกำกับดูแลงานฝ่ายความมั่นคง ได้สั่งการให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 (บก.น.1-9) กำหนดจุดเสี่ยง พื้นที่เฝ้าระวัง จุดระดมพล เพื่อเตรียมแผนรองรับ กรณีเกิดความวุ่นวาย ทำลายสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เช่น พ่นสี ก่อกวน ก่อความวุ่นวาย

ในส่วนต่างจังหวัด กำหนดเฝ้าระวัง ศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ

ด้าน 3 เหล่าทัพ ได้เตรียมกำลังทหารไว้สนับสนุนในที่ตั้ง เบื้องต้น ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ส่วนการหยิบมาตรการใดๆ มาบังคับใช้ ให้คำนึงสถานการณ์หน้างาน และพฤติกรรมของผู้ชุมนุม เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย

ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบช.น. ได้มีหนังสือคำสั่งใช้สถานที่ควบคุมของ สน.ทุ่งสองห้อง สน.ฉลองกรุง สน.จรเข้น้อย เป็นสถานที่ควบคุมพิเศษเฉพาะคราว ตั้งแต่วันที่ 1-31 ก.ค. หรือจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ รอง ผบก.สส.บช.น. เป็นนายตำรวจผู้ประสานการปฏิบัติ

นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภาและอดีตประธานสภา มองว่า การมีกลุ่มประชาชนไปให้กำลังใจหน้าอาคารรัฐสภาไม่น่าเป็นห่วง เพราะเป็นปรากฏการณ์ธรรมดา ที่ฝ่ายสนับสนุนหรือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยจะเดินทางไป ซึ่งการชุมนุมด้วยความสงบ ปราศจากอาวุธ เป็นสิ่งที่ทำได้ตามกฎหมาย

เช่นเดียวกับนายพิธา ที่เชื่อว่าในวันที่ 13 ก.ค. ไม่มีเรื่องน่ากังวล และทางรัฐสภามีการบริหารจัดการตามครรลองของประชาธิปไตยทั่วไป คิดว่าน่าจะราบรื่นและสงบ เพื่อให้ประชาชนได้ออกมาควบคุม วาระทางสังคมที่พวกเขาสนใจและลุ้นไปด้วยกัน เราต้องเข้าใจหัวอกประชาชนตรงนี้ด้วย

แต่อีกมุมมองจาก นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธานนปช.ระบุว่า ในสถานการณ์โหวตเลือกนายกฯ อารมณ์ประชาชนมีความคาดหวังมากมาย ถ้าการโหวตครั้งแรกไม่ได้คือ ไม่ผ่าน 376 เสียงแล้วจะเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่โถมเข้ามาทันที แต่ถัดไปหากเกิดการย้ายขั้วสลับข้างแล้ว ยิ่งจะเป็นปัญหากดทับอารมณ์ความรู้สึกคั่งแค้นของประชาชนอย่างหนักหน่วง

บ้านเมืองจะอย่างไรก็ตาม เราไม่ต้องการเห็นเลือดนองท้องช้างอีกแล้ว ไม่ต้องการเห็นวีรชนเพิ่ม ไม่อยากได้คนตายเพิ่ม

“ผมเคยทำชุมนุมเล่นกับอารมณ์ความรู้สึกของประชาชน และไม่ประสบความสำเร็จมาแล้ว จากนั้นรัฐบาลที่เป็นฝ่ายชนะก็ต้อง อยู่กับม็อบไปตลอดเช่นกัน” นายจตุพร กล่าวและสรุปทิ้งท้ายว่า

ปัญหานี้กำลังจะกลับมาอีกรอบหนึ่ง เพียงแต่จะจบกันอย่างไรเท่านั้นเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน