ที่ผ่านมารัฐบาลส่งเสริม “เกษตรแปลงใหญ่” เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรรายย่อย

วันนี้จะพาไปดูเกษตรแปลงใหญ่ด้านพืชสมุนไพร จำนวน 2 แปลงคือ แปลงใหญ่กระวาน และแปลงใหญ่จันทน์เทศ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2564

สมุนไพรกระวาน และจันทน์เทศ เป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของ อ.ร่อนพิบูลย์ หลังกรมส่งเสริมการเกษตรเข้าไปสนับสนุนให้ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป และกำจัดโรคต่างๆ จนมีผลผลิตคุณภาพออกสู่ท้องตลาด สร้างรายได้เพิ่มขึ้นแก่สมาชิก

นางอมรรัตน์ สว่างลาภ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า กระวานเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง นิยมนำมาทำเป็นเครื่องเทศสำหรับเพิ่มรสชาติ กลิ่นหอมให้อาหารและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น น้ำพริก ยาหม่อง ยาดม สเปรย์ไล่ยุง เจลล้างมือ และสบู่สมุนไพร

พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขาภายในชุมชนป่าอนุรักษ์พื้นที่ ต.หินตก โดยกระวานจาก จ.นครศรีธรรมราช มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มีกลิ่น และความเผ็ดร้อนกว่ากระวานจาก ภาคอื่นๆ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทั้งต้น หน่อ เมล็ด ไปจนถึงกาบใบที่นำไปทำน้ำยาล้างจาน และยาหม่อง เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปีมีผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 480 กิโลกรัม/ไร่/ปี

กลุ่มแปลงใหญ่กระวานมีสมาชิก 32 ราย พื้นที่ปลูกประมาณ 279 ไร่ เมล็ดกระวานเป็นเครื่องเทศที่มีความต้องการสูงใน ต่างประเทศ หากสามารถเพิ่มปริมาณผลผลิตได้จะสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้จำนวนมาก อีกทั้งยังสามารถสนับสนุนให้เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Gl) ได้อีกด้วย

ส่วนจันทน์เทศ จัดเป็นพืชพื้นถิ่นของ อ.ร่อนพิบูลย์ และพบมากในภาคใต้ จากข้อมูลระบุว่ามีการปลูกจันทน์เทศในพื้นที่ อ.ร่อนพิบูลย์ มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และได้รับการอนุรักษ์ สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน เป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณ แก้ไข้ ขับลม คลื่นไส้อาเจียน แก้ร้อนใน และบำรุงโลหิต

สำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราชส่งเสริมให้มีการพัฒนาคุณภาพการผลิต และแปรรูป โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวของทั้งภาครัฐและเอกชน จนมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากลูกจันทน์เทศจำนวนมาก ได้แก่ จันทน์เส้น จันทน์ แช่อิ่ม จันทน์ดอกลอยแก้ว จันทน์แช่อิ่ม และน้ำลูกจันทน์ ซึ่งทั้งหมดเป็นสินค้า โอท็อปของ จ.นครศรีธรรมราช

สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกจันทน์เทศ เริ่มต้นจากการรวมกลุ่มเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร จากนั้นจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน และเป็นแปลงใหญ่ในปี 2564 ปัจจุบันมีสมาชิก 76 ราย พื้นที่ปลูกประมาณ 278 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 3,000 กิโลกรัม/ไร่/ปี มีการจำหน่ายจันทน์เทศ ในรูปแบบผลสด และแปรรูปโดยการแช่อิ่ม และตากแห้ง

น.ส.ธิติรัตน์ บุญเต็ม เกษตรอำเภอร่อนพิบูลย์ กล่าวว่า แปลงใหญ่กระวาน เป็นสมุนไพรประจำถิ่นของบ้านเขาวัง ต.หินตก ถือเป็นแหล่งปลูกกระวานใหญ่ระดับประเทศ ก่อนหน้านี้ประสบปัญหาผลผลิตต่อไร่ลดลง จึงเข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนด้านต่างๆ จนปัจจุบันมีผลผลิตเพิ่มมากขึ้น

ส่วนแปลงใหญ่จันทน์เทศ ที่ผ่านมาประสบปัญหาเรื่องโรคเชื้อรา จึงเข้าไป ส่งเสริมให้ใช้สารชีวภัณฑ์ต่างๆ จนปัญหาคลี่คลายได้ในระดับหนึ่ง

นายอนุรัตน์ บุญพล ประธานแปลงใหญ่กระวาน และวิสาหกิจชุมชนกระวานบ้านเขาวัง ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ กล่าวว่า ชุมชนบ้านเขาวังเริ่มใช้ประโยชน์จากกระวานตั้งแต่ 40-50 ปีก่อน ซึ่ง ชาวบ้านจะเก็บเอาหน่อและลูกกระวานไปขาย ต่อมาจึงเริ่มปลูกกระวานในพื้นที่ สวนไม้ผล หรือสวนเกษตรผสมผสาน

และเมื่อปี 2564 ทางเกษตรอำเภอร่อนพิบูลย์เข้ามาส่งเสริมจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ มีเป้าหมายให้เกิดการลดต้นทุน เพิ่มผล และใช้ปุ๋ยชีวภาพเป็นหลัก พร้อม ส่งเสริมด้านการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า

ทำให้ปัจจุบันกลุ่มมีผลิตภัณฑ์กระวานแปรรูปในรูปแบบต่างๆ เช่น น้ำพริกจากหน่อกระวาน ซึ่งกำลังได้รับความนิยม นอกจากนี้ ยังมีสบู่ สเปรย์ล้างมือ ยาหม่อง ยาดม ซึ่งทำมาจากส่วนลำต้นที่ได้จากการแกะหน่ออ่อนขาย ขณะนี้กลุ่มกำลังทดลองการผลิตชาจากใบกระวาน และนำส่วนต่างๆ ของกระวานมาใช้ให้เกิดประประโยชน์สูงสุด

“จุดเด่นของกระวานบ้านเขาวังคือมีลักษณะสีขาว กลิ่นหอมเฉพาะ แตกต่างจากกระวานที่อื่นๆ ทำให้ได้รับความนิยมจาก ผู้บริโภค ปัจจุบันสมาชิกกลุ่มมีรายได้ประมาณ 12,000-15,000 บาทต่อเดือน โดยเป็นรายได้ประจำวันจากการจำหน่ายหน่อกระวานสด ซึ่งจะมีแม่ค้ามารับซื้อถึงที่ ในราคามัดละ 5 บาท (3-4 หน่อ/มัด) ทำให้เกษตรกรมีรายได้ 500-600 บาท/วัน ส่วนผล กระวานตากแห้ง จำหน่ายให้กับร้านยาแผนโบราณ และแม่ค้าเครื่องแกง ราคากิโลกรัมละ 750-800 บาท ขณะที่เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีโรงพยาบาลของรัฐมาติดต่อเพื่อสั่งซื้อลูกกระวานนำไปใช้เป็นยาสมุนไพร ซึ่งทางกลุ่มเตรียมที่จะขยายการปลูกเพิ่มขึ้นเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับสมาชิกเพิ่มขึ้น” นายอนุรัตน์กล่าว

เช่นเดียวกับ นายวีระ เจริญชน ประธานแปลงใหญ่จันทน์เทศ บ้านสวนจันทน์ ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ กล่าวว่าจุดเด่นของจันทน์เทศ ในพื้นที่บ้านสวนจันทน์จะมีรสชาติกลมกล่อมไม่ฝาดหรือขม เหมือนที่อื่นๆ

ในปี 2564 ทางเกษตรอำเภอร่อนพิบูลย์ เข้ามาส่งเสริมเป็นแปลงใหญ่ เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง แนะนำการเพิ่มผลผลิต การลดต้นทุน โดยเน้นให้ใช้ปุ๋ยชีวภาพเพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี สามารถ เพิ่มผลผลิตจาก 2,500 กิโลกรัม/ไร่/ปี เป็น 3,000 กิโลกรัม/ไร่/ปี

พร้อมส่งเสริมการแปรรูป โดยการแปรรูปด้วยการตากแดดเป็นวิธีที่ดีที่สุด ทำให้ไม่เกิดความชื้นและน้ำตาลไม่ละลาย ปัจจุบันมีออร์เดอร์ผลิตภัณฑ์แปรรูปเพิ่มมากขึ้นมีลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ประเทศมาเลเซีย และจีน

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งซื้อเพื่อใช้ทำยาสมุนไพร เช่น เยื่อหุ้มเมล็ดตากแห้ง เมล็ดตากแห้ง และดอกจันทน์เทศตากแห้ง ทำให้สมาชิกมีรายได้หลักหมื่นบาทต่อเดือน

“ในอนาคตทางกลุ่มเตรียมต่อยอดผลิตภัณฑ์แปรรูปลูกจันทน์เทศ โดยเน้นเจาะกลุ่มตลาดอาหารและเครื่องดื่มสำหรับพระภิกษุสงฆ์ เนื่องจากลูกจันทน์เทศมีสรรพคุณยารักษาโรค ซึ่งไม่ผิดหลัก พระธรรมวินัย ทำให้พระสงฆ์สามารถ ฉันได้ในยามวิกาลในรูปแบบของน้ำปานะ หรือแช่อิ่ม” ประธานแปลงใหญ่จันทน์เทศ บ้านสวนจันทน์กล่าว

ปัจจุบันมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศจำนวนมาก สร้างรายได้ให้กับสมาชิกทั้ง 2 แปลงใหญ่ ได้อย่างเพียงพอและยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน