กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค ก้าวไกล ว่า สิ้นสุดลงหรือไม่

เนื่องจากเหตุมีชื่อถือครองหุ้นสื่อบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้น

รวมทั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ส.ส.ไว้จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยออก มาด้วย

ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะล่าช้าออกไป นักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่น จนชะลอการลงทุนหรือไม่ก็ถอนการลงทุนออกไป

ส่งผลให้ประเทศไทยเสียโอกาสอีกครั้ง

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าภาคเอกชนคาดหวังอยากให้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองและเศรษฐกิจ เพราะเอกชนทำงานร่วมกับพรรคใดก็ได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ

เพราะมีเรื่องเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจที่ต้องรอรัฐบาลใหม่มาขับเคลื่อน โดยเฉพาะการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ

ขณะที่นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เชื่อว่าขั้นตอนของกกต.ครั้งนี้ อาจทำให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไป แน่นอนว่าส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยาของทั้งธุรกิจ นักลงทุน และประชาชน รวมถึงส่งผลกระทบในแง่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย

จึงอยากให้เข้าสู่กระบวนการของการแก้ไขปัญหา และก้าวผ่านไปให้ได้ เพราะการที่ทุกอย่างจะไปขึ้นอยู่กับนายพิธาเพียงคนเดียวก็คงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องมากนัก

พรรคก้าวไกลและพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องหาวิธีแก้ไขเพื่อเดินข้ามปัญหาตรงนี้ไปให้ได้

สถานการณ์โหวตแต่งตั้งนายกฯ เต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่จะต้องเร่งผ่านไปให้ได้

เพราะต้องรีบฟอร์มรัฐบาลใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศ แก้ปัญหาให้ประชาชนโดยเร็ว!!

เภรี กุลาธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน