เมื่อวันที่ 12 ก.ค. เอเอฟพีรายงานว่า เกาหลีเหนือปล่อยขีปนาวุธวิถีโค้งพิสัยไกลอีกครั้ง เพียงไม่กี่วันหลังเกาหลีเหนือขู่จะยิงทำลายเครื่องบินสอดแนมของทางการสหรัฐอเมริกาที่ละเมิดน่านฟ้าของเกาหลีเหนือ ท่ามกลางแนวโน้มความตึงเครียดคาบสมุทรเกาหลีที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์และความชะงักงันของการเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ
แถลงการณ์คณะเสนาธิการร่วมกองทัพเกาหลีใต้ หรือเจซีเอส ระบุว่า ตรวจพบการปล่อยขีปนาวุธวิถีโค้งพิสัยไกลของเกาหลีเหนือเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยขีปนาวุธถูกปล่อยขึ้นมาจากกรุงเปียงยาง เคลื่อนที่ไปทางตะวันออกรวมระยะทางราว 1 พันกิโลเมตร แล้วพุ่งตกลงในทะเลด้านตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี หรือทะเลญี่ปุ่น
“การปล่อยขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเป็นการยั่วยุอย่างรุนแรงที่สร้างความเสียหายให้กับสันติภาพและความมั่นคงของคาบสมุทรเกาหลี” เจซีเอสระบุ พร้อมประณามต่อว่าเป็นการละเมิดมาตรการ คว่ำบาตรของสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ทางเจซีเอสยังเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติพฤติกรรมดังกล่าว
รายงานระบุว่า เกาหลีเหนือปล่อยขีปนาวุธข้ามทวีป หรือไอซีบีเอ็ม ที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้เชี่ยวชาญ คาดว่าเป็นรุ่นฮวาซอง-18 ที่ใช้เชื้อเพลิงแข็ง นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังทดสอบปล่อยขีปนาวุธรุ่นฮวาซอง-15 เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งขีปนาวุธลูกดังกล่าวพุ่งไปได้ไกลถึง 989 ก.ม.
ทั้งนี้ การปล่อยขีปนาวุธล่าสุดเกิดขึ้นหลังเกาหลีเหนือกล่าวหาว่ามีเครื่องบินสอดแนมของสหรัฐล่วงล้ำน่านฟ้าเข้ามา พร้อมประณามแผนการของสหรัฐที่เตรียมส่งเรือดำน้ำติดหัวรบนิวเคลียร์เข้ามา ลาดตระเวนบริเวณคาบสมุทรเกาหลี โดยเกาหลีเหนือระบุว่าสหรัฐกำลังยกระดับการสอดแนมเกาหลีเหนือจนทะลุระดับที่ใช้ในช่วงเกิดสงครามจริงแล้ว