ตลาดหุ้นการเมืองผันผวน ไม่ใช่ รายวันแต่เป็นรายชั่วโมง จนนักวิเคราะห์ตามไม่ทัน ออกทุ่งออกทะเลไปก็ไม่น้อย
ไฮไลต์ประจำสัปดาห์นี้ โฟกัสไปที่การประชุมร่วมรัฐสภาโหวตนายกฯ รอบสอง วันที่ 19 ก.ค.
หลังจากรอบแรก 13 ก.ค. “พิธา” สอบไม่ผ่าน ได้มาแค่ 324 เสียง แบ่งเป็น ส.ส. 8 พรรค 311 เสียง กับ ส.ว.หัวใจประชาธิปไตยอีก 13 เสียง
หลุดเป้า 376 ไปถึง 52 เสียง
ด้วยความที่ “ส้มมันเลือดนักสู้” พิธายอมรับ แต่ไม่ยอมแพ้ ก้าวไกลยืนกรานส่งชื่อพิธาลงชิงนายกฯ อีกรอบ
ท่ามกลางความเห็นที่แตกออกเป็น 2 ทางคือ ถ้ารอบสองไม่ผ่าน ก็ให้โหวตไปเรื่อยๆ จนกว่า ส.ว.จะหมดอำนาจ พ.ค.ปีหน้า กับถ้ารอบสองยังไม่ผ่าน ก็ให้ถอย เปิดทางแคนดิเดตจากพรรคอันดับสอง ซึ่งก็คือเพื่อไทยขึ้นมาแทน
แต่ไม่ว่าแนวทางไหน ก็ไม่ง่ายพอกัน แถมระหว่างนี้พิธา ก้าวไกล ยังถูก แรงกดดันรอบด้านทั้งคดีหุ้นสื่อ และคดี ล้มล้างการปกครองจากการหาเสียงแก้ไข ม.112 ที่เรื่องส่งไปอยู่ในมือศาลรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว
เสียง ส.ว.ที่ต้องหามาเติมให้ครบ 376 ก็ยังเป็นปัญหาแก้ไม่ตก แม้จะพยายาม แก้เกมด้วยการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ปิดสวิตช์ ส.ว. โหวตเลือกนายกฯ
แต่ก็เหมือน “น้ำไกลไม่อาจดับไฟใกล้” ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้คือ 8 พรรคร่วม นำโดยก้าวไกล-เพื่อไทย จะเอาอย่างไร กับวันโหวตรอบสอง 19 ก.ค.
ที่นอกจากเรื่องญัตติตกไม่ตก ที่ ส.ว.เปิดประเด็นใหม่
ยังมีกระแสข่าวกลุ่มพรรครัฐบาลเดิม เตรียมส่งแคนดิเดตนายกฯ ลงแข่ง ซึ่งโอกาส ความเป็นไปได้มีสูง เพราะฝ่ายนั้นมี 188 เสียง ต้องการ ส.ว.อีกแค่ 188 เสียง ก็ทะลุด่าน 376 ไปได้แบบชิลชิล เผลอๆ จะได้ ส.ว.มากกว่า 200 เสียด้วยซ้ำ เมื่อนั้น 8 พรรคประชาธิปไตย ก็จบเห่
และนี่คือที่มาของแผนรวบรัด ควรส่งแคนดิเดตจากพรรคอันดับสอง ลงสมรภูมิ โหวตนายกฯ วันที่ 19 ก.ค.นี้ทันทีหรือไม่ เพื่อกุมความได้เปรียบในเกมอำนาจ จัดตั้งรัฐบาล
เพราะการปิดสวิตช์ ส.ว. ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2 เดือน แล้วก็เสี่ยงที่จะไม่สำเร็จ เพราะต้องพึ่งเสียง ส.ว.เห็นด้วยถึง 84 เสียง ยากขึ้นไปอีก
ก็ต้องรอผลประชุมหารือ 8 พรรค วันอังคารนี้ จะได้ข้อสรุปอย่างไร หลายคน บอกฉากการเมืองตอนนี้ หลายอย่าง ดูคล้ายหลังเลือกตั้งปี 62 ที่พรรคอันดับหนึ่ง นอกจากไม่ได้เป็นนายกฯ ไม่ได้ตั้งรัฐบาล
ยังถูกเตะให้ไปเป็นแกนนำฝ่ายค้านอีกต่างหาก
มันฯ มือเสือ