กทม. – เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ (รางน้ำ) ราชเทวี นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึง การแก้ไขปัญหาจราจร ในงานสัมมนาการศึกษาจัดทำโมเดล การพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการจราจร ที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดขึ้น

นายวิศณุกล่าวว่า การแก้ไขปัญหาจราจรเป็นเรื่องที่กทม.ให้ ความสำคัญ ใช้ข้อมูลช่วยในการบริหารจัดการรวมถึงใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการควบคุมสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับปริมาณ จราจรในแต่ละช่วงเวลาด้วย โดยจะเริ่มจากจุดสำคัญ 3 เส้นทางนำร่องซึ่งเป็นถนนสายหลักที่มีปัญหาจราจรติดขัด ได้แก่

1.ถนนรัชดาภิเษก อยู่ในความรับผิดชอบของกทม. 2.ถนนประเสริฐมนูกิจ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง และ 3.ถนนราชพฤกษ์ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท

นายวิศณุกล่าวว่า การปรับสัญญาณไฟจราจรให้ฉลาดขึ้น วิธีการคือปรับสัญญาณไฟจราจรให้มีข้อมูลจากปริมาณจราจรที่แท้จริง วิเคราะห์ปริมาณจราจรจากกล้องที่มีอยู่แล้ว สนข.จึงทำระบบเอไอ ขึ้นมาเพื่อดูปริมาณจราจรในแต่ละช่วงเวลา วิเคราะห์จุดติดจุดฝืด ในช่วงเวลาต่างๆ และหาวิธีการแก้ไข เช่น การปรับสัญญาณไฟ ให้สอดคล้องกับปริมาณจราจร ซึ่ง 3 เส้นทางดังกล่าวจะนำร่องด้วยวิธีการนี้และจะเริ่มดำเนินการทำทันที

ทั้งนี้ กล้องในกทม. 60,000 ตัว ที่มีอยู่ขณะนี้ ใช้ดูเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ที่ใช้ในด้านจราจรมีเพียง 1,000 กว่าตัว รวมถึงคุณภาพกล้องและมุมกล้องอาจไม่สอดคล้องที่จะนำมาใช้ร่วมกับโครงการนี้ ต้องมีการปรับปรุงและติดตั้งกล้องเพิ่มบางเส้นทาง คือ ถนนรัชดาภิเษก เนื่องจากมีหลายทางแยก ปริมาณกล้องยัง ไม่ครอบคลุม

สำหรับการเปิดสัญญาณไฟจราจรเดิมทีมีการวิเคราะห์ปริมาณจราจรจริง แต่เป็นการกำหนดเป็นช่วงๆ ลักษณะต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ช่วงเช้า กลางวัน เย็น หรือเสาร์ อาทิตย์ ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับปริมาณจราจรที่แท้จริง โดยการดำเนินการโครงการนี้จะทำครอบคลุม 127 จุด ผลการศึกษาคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนก.ย.นี้ ซึ่ง 127 ดังกล่าวเป็นจุดที่ปรับได้ไม่ยาก เป็นการแก้ปัญหาใช้ระยะเวลาสั้น และใช้งบประมาณให้น้อยที่สุด

“กทม. ตั้งเป้าเรื่องการจราจรต้องดีขึ้นภายใน 1 ปี และนอกจากการปรับสัญญาณไฟจราจรแล้วยังมีข้อเสนอแนะอื่นๆ เช่น การปรับกายภาพ การปรับคอขวด ปรับจุดกลับรถ ปรับป้ายรถเมล์ ซึ่งจากข้อมูลที่ได้มีการวิเคราะห์ที่ผ่านมาทำให้เห็นภาพปัญหาแต่ละจุด กทม. จะนำข้อมูลที่ทาง สนข. ศึกษามาไปดำเนินการต่อ เพื่อให้เป็นการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ” นายวิศณุกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน