บีบีซีรายงานวันที่ 17 ก.ค. ถึงความคืบหน้าอุทกภัยรุนแรงในเกาหลีใต้ หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่สัปดาห์ก่อนจนมวลน้ำมหาศาลไหลทะลักเข้าอุโมงค์จราจรที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินกว่า 430 เมตร ในเมืองช็องจู จังหวัดชุงช็องเหนือ ทางตอนกลาง และท่วมรถ 16 คัน ล่าสุดเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบผู้เสียชีวิตในอุโมงค์แล้ว 13 ราย ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมและดินโคลนถล่มทั่วประเทศเพิ่มเป็นอย่างน้อย 39 ราย ส่วนใหญ่เป็นเหยื่อในพื้นที่ภูเขาของ จังหวัดคย็องซังเหนือ และเจ้าหน้าที่ยังเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 9 ราย
ประธานาธิบดียุน ซ็อกยอล ผู้นำเกาหลีใต้ กล่าวก่อนเดินทางไปดูพื้นที่ประสบภัยใน จังหวัดคย็องซังเหนือว่า “เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วแบบนี้จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา เราต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเกิดขึ้นและต้องจัดการกับสิ่งนี้”
นอกจากนี้นายยุนยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเพิ่มความมุ่งมั่นพิเศษเพื่อปรับปรุงการเตรียมความพร้อมและการตอบสนองของประเทศต่อกรณีสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง “เกาหลีใต้จะระดมทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมด รวมถึงทหารและตำรวจเพื่อช่วยเหลือในการกู้ภัย ฤดูฝนยังไม่สิ้นสุดและขณะนี้มีการคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักอีกต่อเนื่องในวันพรุ่งนี้” นายยุนกล่าวย้ำ
วันเดียวกัน เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าเหตุน้ำท่วมทางตอนเหนือของญี่ปุ่นว่า มียอด ผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 8 ราย หลังหน่วยกู้ภัยพบศพชายคนหนึ่งในรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมจนมิดในพื้นที่ทุ่งนาของจังหวัดอากิตะ หนังสือพิมพ์โยมิอุริชิมบุนระบุว่าก่อนเสียชีวิตชายคนดังกล่าวโทรศัพท์แจ้งเหตุฉุกเฉินเมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 15 ก.ค. ว่ารถยนต์ของตนติดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม แต่โชคร้ายที่หน่วยกู้ภัยช่วยเหลือไม่ทัน ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นแถลงว่าเมือง อากิตะมีปริมาณน้ำฝนในช่วง 48 ชั่วโมงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 243 มิลลิเมตร ส่วนเมืองนิชิวากะ จังหวัดอิวาเตะ มีระดับน้ำฝนสูงถึง 288 มิลลิเมตร สูงสุดในรอบ 6 ปี ตั้งแต่ปี 2560