จบการศึกษาจาก BNK48 ไอดอลสาว เฌอปราง อารีย์กุล ก็ผันเป็นนักแสดงเต็มตัว ล่าสุดลงแสดงใน “CLUB FRIDAY THE SERIES MOMENTS & MEMORIES รักนี้…ไม่มีลืม : รักเธอไม่มีวันตาย” ของ ค่ายเช้นจ์ 2561

ส่วนงานของวง BNK48 ก็ไม่ทิ้ง หลังสิ้นสุดการเป็นสมาชิกเธอก็ได้มาเป็นผู้จัดการวงดูแลน้องๆ

ตอนนี้หันมารับงานละครเต็มตัว?
เฌอปราง – “ใช่ค่ะ มีรับซีรีส์ ละคร ดีใจค่ะ ที่มีงานติดต่อมาแล้วก็ได้เล่นกับพี่ออม (สุชาร์) ด้วย บทไม่เหมือนเฌอเลย เป็นครีเอทีฟเรียนมาอีกสายนึงเลย ในเรื่อง ค่อนข้างขัดใจเหมือนกันค่ะ ทำไมช่างพูดจาปากคอเราะราย สำหรับการแสดงจริงๆ ก่อนหน้านี้เคยมีประสบการณ์มาแล้ว เลยไม่ยากมากที่จะมาเล่นบทใหม่ๆ แต่ก็ต้องทำการบ้านสอบถามผู้กำกับฯ คนเขียนบท ทีมงาน”

วันนี้วางแผนชีวิตยังไง หลังสิ้นสุดการเป็นสมาชิกวง BNK48 เดือนตุลาคม?
เฌอปราง – “อยากทำงานในวงการในฐานะนักแสดง แล้วงานเบื้องหลังจะดูแลพัฒนาน้องๆ ใน BNK48 ก็ค่อยๆ ดู เปิดรับและปรับตัว ซึ่งการเป็นผู้จัดการวง จริงๆ เฌออยู่หน้าที่กัปตันวงมาตั้งแต่แรกเลยไม่ยากมาก แต่ที่ยากคือได้เข้ามาเรียนรู้ฝั่งบริหารกับผู้ใหญ่ เรียนรู้งานเบื้องหลังเยอะขึ้น ก็ค่อยๆ ปรับตัว”

คนมองว่าเฌอเป็น เดอะแบก ที่แบกความเป็น BNK ไว้ มันเป็นความกดดันไหม?
เฌอปราง – “ไม่เคยคิดว่าตัวเองแบกความคาดหวังของ BNK เพราะทุกคนช่วยเติมเต็ม โอเค เราอาจจะมีโอกาสเจอสื่อ พูดถึงวงมากกว่าคนอื่น ได้พาน้องๆ มาด้วย มีน้องที่มีผลงานมาเล่นด้วย อีกเรื่องก็ บุษบาลุยไฟ เราได้ออกไปทำงานข้างนอก ได้เจอคนก็ได้พูดถึงน้องๆ เขาก็มีความสงสัยถามไถ่”

หน้าที่ที่ต้องดูแลน้องๆ ที่ได้รับ มอบหมายมาเป็นในส่วนไหน?
เฌอปราง – “ในส่วนตัวน้องๆ เป็นหลัก การพัฒนาน้องๆ พัฒนาศิลปิน การทำตาราง เสนอผู้ใหญ่ว่าอยากให้มีกิจกรรมเพิ่มเติม อยากให้น้องได้ออกงาน ถ้ามีโอกาสจะส่งน้องๆ ไปแคสต์ (หัวเราะ) จะมีการพูดคุยกันตลอด ยิ่งใน BNK มีข้อตกลงที่ต้องอยู่ร่วมกัน มีบรรทัดฐาน เพราะเรามีแรงกิ้ง มีแฟนคลับ เราเลยต้องมีข้อตกลงร่วมกัน”

รู้สึกยังไงบ้างพอน้องๆ เข้ามาเป็น BNK เขามีเราเป็น ไอดอล อยากเป็นเหมือนเรา?
เฌอปราง – “ดีใจและขอบคุณมากๆ แต่ทุกคนเป็นตัวของ ตัวเอง ทุกคนมีเสน่ห์ของตัวเอง เฌอเห็นเสน่ห์ของน้องๆ ที่ แตกต่างกัน การอยู่ใน BNK ได้ก็เป็นภูมิคุ้มกันให้น้องๆ ใน ระดับหนึ่งค่ะ”

เรามีการถ่ายทอดภูมิคุ้มกันยังไงบ้าง?
เฌอปราง – “พูดคุยค่ะ หรือยกตัวอย่างให้เห็น แต่สุดท้ายก็ต้องให้น้องเจอเอง เราอยู่คอยประคับประคอง คอยดูตามสื่อ คอยดูแลเขาบ้าง ว่าทำไมช่วงนี้นั่งคนเดียว ก็จะพอเข้าใจว่าอยู่ในภาวะไม่ค่อยปกติ หรือกำลังท้อ กำลังเหนื่อยก็จะเข้าไปคุย หรือให้น้องได้ระบาย ส่วนที่ดื้อก็มีบ้างเหมือนไม่เก็ตข้อตกลงร่วมกัน ยังปรับตัวไม่ถูก”

กดดันไหม เพราะคนคาดหวังว่า BNK จะต้องกลับมาดังเท่ารุ่นเรา?
เฌอปราง – “ทุกอย่างมีผ่านมาและผ่านไป ช่วงที่เราดังมากๆ ด้วยความฮอตของ Cookie เสี่ยงทาย ตอนนั้น เป็นยุคแรกๆ ที่โผล่มาแล้วเพลงดังมากๆ และคนจำนวนเยอะ เป็นสิ่งแปลกใหม่ แต่ตอนนี้คนเริ่มรู้จัก BNK แล้ว อาจจะไม่ว้าว ไม่ใหม่ แต่โดยระบบกลุ่มเราก็พอจะอยู่ได้ด้วย ตัวเอง ก็อยากให้ทุกๆ คนเข้ามาเจอน้องๆ ผ่านแอพฯ IAM 48 ก็ได้นะคะ”

หลายคนมองว่าเราเป็นคนเก่ง แล้วคนเก่งอย่างเราเหนื่อยมาก แค่ไหนกว่าจะมีวันนี้?
เฌอปราง – “เฌอไม่นับว่าตัวเองเป็นคนเก่ง แต่เป็นคนทำเยอะ (หัวเราะ) ไม่อยู่นิ่ง แต่ก็อาจจะไม่ค่อยมีเวลาให้ที่บ้านเท่าไหร่ หรือ ไม่ได้ไปแฮงเอาต์กับเพื่อนๆ ไม่ได้ใช้ชีวิตปกติ ก็เป็นคนบ้างาน พอเป็นงานมันเป็นสิ่งที่ต้องทำ และต้องทำให้ดีที่สุด แต่ตอนนี้ลดไปเยอะ ไม่เครียดเท่าเมื่อก่อน ปล่อยวางได้เยอะแล้วค่ะ”

อะไรที่ทำให้รู้สึกปล่อยวาง ไม่ต้องเพอร์เฟกชั่นนิสต์ตลอดเวลาก็ได้?
เฌอปราง – “บางอย่างก็ไม่ได้ดั่งใจเราซะขนาดนั้น มีหลายปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้มากกว่าที่เราคิด”

เพราะการสูญเสียหรือเปล่าที่เราต้องผ่อนปรนความเป็นเพอร์เฟกชั่นนิสต์?
เฌอปราง – “ไม่ค่ะ แต่เรื่องการสูญเสียก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ตกใจ เพราะรับมือไม่ทัน เลยเป็นเรื่องที่ได้ เรียนรู้กับที่บ้านมากกว่า ว่ารูปแบบในการอยู่แบบพวกเรามันค่อนข้างเป็นบ้านที่ต่างคนต่างอยู่ ให้สเปซของ ตัวเองกันเต็มที่ เราจะมารวมกันทุกอาทิตย์ มากินข้าวกัน เสาร์-อาทิตย์ถ้าว่างหนูก็กลับไปกินข้าวกับที่บ้าน ความเพอร์เฟกชั่นนิสต์ก็ยังมีอยู่บ้าง แต่ด้วยความเหนื่อย และพอไม่ใช่ตัวเราจริงๆ เวลาทำอะไรก็เลยไม่เกี่ยวกับปัจจัยที่เราคนเดียว”

พอเราได้กลับไปใช้ชีวิตในแบบที่เราไม่เคยใช้ วันนี้แตกต่างไหม?
เฌอปราง – “ปัจจุบันก็ยังไม่ค่อยได้ไปเที่ยวเล่นอะไรเยอะ ขนาดนั้นนะคะ แต่ก็คลายมากขึ้น ได้ดูแลตารางชีวิตตัวเองมากขึ้น ได้มีเวลากับที่บ้านมากขึ้นค่ะ”

อนงค์ จันทร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน