กทม. 2 ดินแดง – เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร มีนายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากทม. เป็นประธานการประชุมสมัยประชุมสามัญ โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คณะผู้บริหาร ส.ก. และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
นายพุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ส.ก.เขตยานนาวา เสนอญัตติขอให้พิจารณาแนวทางการเยียวยาผู้ประสบเหตุอัคคีภัยในชุมชนอย่างยั่งยืน เนื่องจากกรุงเทพฯ มีชุมชนจำนวน 2,010 ชุมชน เป็นชุมชนแออัดจำนวน 636 ชุมชน คิดเป็นร้อยละ 30 ของชุมชนทั้งหมดมีสภาพเป็นอาคารบ้านไม้ที่ทรุดโทรม เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยที่รุนแรง ยากต่อการควบคุมเพลิง ที่อาจส่งผลกระทบในวงกว้าง ถึงแม้กทม.จะมีระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย พ.ศ. 2536 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 5 พ.ศ. 2564 แต่การให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์ และอัตราของระเบียบดังกล่าวยังไม่เพียงพอและไม่ยั่งยืน เกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตด้านความมั่นคงต่อผู้อยู่อาศัยในชุมชน เนื่องจากส่วนมากมีอัตรารายรับต่ำกว่าเส้นความยากจน ไม่มีความพร้อมรับความเสี่ยงภัยใดๆ จึงขอให้พิจารณาแนวทาง เยียวยาผู้ประสบเหตุอัคคีภัยในชุมชนอย่างยั่งยืน
นายชัชชาติกล่าวว่า ฝ่ายบริหารให้ความสำคัญ ทุกครั้งที่มีเหตุอัคคีภัยจะมีการลงพื้นที่เสมอ และได้เน้นย้ำไปยังรองผู้ว่าฯ กทม. รองปลัดกทม. ผอ.เขต ให้ลงพื้นที่เพื่อให้เห็นปัญหาของประชาชน กรณีเหตุเพลิงไหม้ที่บ่อนไก่เมื่อลงพื้นที่แล้วพบปัญหาว่า ประชาชนไม่มีเตียงนอน ไม่มีห้องอาบน้ำ การจัดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล่าช้า รวมถึงเรื่องการจัดเจ้าหน้าที่แจ้งเหตุ จึงได้นำมาปรับปรุงให้มีการ ช่วยเหลือได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งข้อสังเกตของส.ก.จะไปดำเนินการปรับปรุงให้ดีขึ้น
ด้านน.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ในส่วน ของความช่วยเหลือ การเยียวยาเป็นระเบียบที่ค่อนข้างเก่าคือ เป็นระเบียบที่เฉพาะเจาะจงกับอัคคีภัย ซึ่งอัตราต่ำมาก บางอัตราต่ำกว่ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และอัตราไม่เหมาะกับสภาพความเป็นจริง อีกทั้งในบางกรณีการเบิกจ่ายนั้นใช้ข้ามสาธารณภัยไม่ได้ กรณีภัยน้ำท่วมกลับไม่สามารถใช้ระเบียบเยียวยาของอัคคีภัยได้อย่างชัดเจน ขณะที่เรื่องค่าซ่อมบ้านโดยปกติจะ อ้างถึงระเบียบ ปภ. และกองทุน หลังละ 49,000 บาท ความช่วยเหลือจากมูลนิธิส่วนใหญ่จะเป็นการพักพิงชั่วคราว ซึ่งถือว่าเป็นการ ช่วยเหลือเบื้องต้น ดังนั้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาได้สั่งการให้ สปภ. และสำนักงานกฎหมายและคดี ร่วมกันยกร่างข้อบัญญัติเรื่องเงินสงเคราะห์ทั้งหมด ขณะนี้ร่างฯ ได้มีร่างขึ้นมาแล้วจะมีการปรับทั้งอัตราและการจ่าย ในเดือนส.ค.นี้ คณะทำงานยกร่างฯ จะปรับปรุงแก้ไขเพื่อนำเสนอต่อไป