ศาลาว่าการกทม. – เมื่อวันที่ 20 ก.ค. นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการรับบริจาคโน้ตบุ๊กเก่าตามโครงการพัฒนาห้องเรียนดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ ว่า กทม.ต้องการให้สื่อต่างๆ ช่วยประชาสัมพันธ์ถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชน เพื่อร่วมกันบริจาคคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เนื่องจาก กทม.ยังต้องการเป็นจำนวนมาก เพื่อนำไปใช้ในห้องเรียนดิจิทัล (Digital Classroom) โดยนักเรียนทุกคนจะได้มีคอมพิวเตอร์เฉพาะของตัวเอง และครูผู้สอนจะได้รับการอบรมให้ปรับแนวทางการสอนมาใช้สื่อการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้เกิด Active Learning เช่น Google Workspace for Education, Jamboard, Kahoot ซึ่งติดต่อให้เจ้าหน้าที่ไปรับโน้ตบุ๊กที่บ้านได้ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ digitalclassroom .bangkok.go.th
จากการวิจัยและทดลองนำร่องกับนักเรียนระดับชั้น ป.4 โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ พบว่า นักเรียนสนุกกับการเรียนมากขึ้น มีส่วนร่วมกับบทเรียนได้ตลอดทั้งชั่วโมง มีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนักเรียนที่เคยพบว่ามีปัญหาเรื่องการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน เช่น นักเรียนบางคน ครูบอกว่าปกติมาสายตลอด ไม่ค่อยมีส่วนร่วมในชั้นเรียน แต่ปัจจุบันมาโรงเรียนเช้าทุกวันเพราะอยากมาเรียนหนังสือ
ทั้งนี้ กทม.ได้ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา เพื่อปรับปรุง ซ่อมแซมโน้ตบุ๊ก ก่อนนำส่งให้นักเรียนแต่ละโรงเรียนได้ใช้ โดยมูลนิธิกระจกเงาจะเป็นผู้ตรวจเช็กสภาพการใช้งาน อัพเกรดความสามารถของคอมพิวเตอร์และโปรแกรมที่จำเป็นต่อการใช้งาน เช่น ChromeOS Flex เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้งานได้ฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย สามารถติดตั้งในคอมพิวเตอร์ที่มีสเป๊กไม่สูงมาก เหมาะกับคอมพิวเตอร์มือสอง เพียงมี RAM 4 GB, HDD หรือ SSD 16 GB ขึ้นไป ซึ่งเป็น สเป๊กพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ ผู้บริจาคส่งไปตรวจเช็กตามที่อยู่ของมูลนิธิกระจกเงาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
นายศานนท์กล่าวต่อว่า กทม.ไม่มีนโยบายรับบริจาคเป็นเงินสด แต่หากมีผู้ต้องการบริจาคเป็นเงินสด สำนักการศึกษาสามารถประสานให้ผู้บริจาคนำเงินไปซื้อคอมพิวเตอร์มือสองราคาพิเศษจากโรงงานที่รับได้ ทั้งนี้ ระหว่างรวบรวมคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก กทม.ได้จัดอบรมครูเพื่อฝึกทำแผนการสอนรูปแบบดิจิทัล เสริมความรู้ให้สามารถปรับเปลี่ยนออกจากกรอบการสอนเดิม เช่น จัดทำสไสด์การสอนที่มีความทันสมัย น่าสนใจ สอดคล้องกับเนื้อหาที่จะสอน
“ปัจจุบัน มีผู้แจ้งความประสงค์บริจาคโน้ตบุ๊กแล้ว 400 เครื่อง จากเป้าหมายปี 2566 จำนวน 2,200 เครื่อง ปี 2567 จำนวน 14,700 เครื่อง ปี 2568 จำนวน 58,700 เครื่อง และปี 2569 จำนวน 130,000 เครื่อง แต่ยังไม่เพียงพอและต้องการอีกจำนวนมาก ขอเชิญชวนท่านใดหรือภาคเอกชนที่มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเก่าไม่ได้ใช้งาน บริจาคได้ที่สำนักงานเขตได้ เพื่ออัพเดตโปรแกรมใช้งานก่อนนำส่งโรงเรียนต่างๆ ต่อไป” นายศานนท์กล่าว
ส่วนความคืบหน้าแนวทางพัฒนาการศึกษาและห้องเรียน Active Learning/Google Classroom นายศานนท์กล่าวว่า มีการอบรมการใช้เครื่องมือ Google workspace for education แล้ว 86 คน เป้าหมาย ปี 2566 อบรมผู้บริหาร 11 คน ครู 129 คนเดือนก.ค. พร้อมรับบริจาค ChromeBook จากบริษัท เอซุส (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 40 เครื่อง
ด้านโครงการ After School ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 มีโรงเรียนสังกัดกทม. เข้าร่วม จำนวน 60 โรงเรียน และโครงการ Saturday School จำนวน 25 โรงเรียน
ทั้งนี้ กทม.สนับสนุนงบประมาณให้โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา แห่งละ 1 แสนบาท เพื่อจัดวิชาเลือกเสรี หลักสูตร 80 ชั่วโมง 2 หน่วยกิต และปรับปรุงห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนสังกัดกทม.ทั้ง 437 แห่ง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนส.ค.นี้