มติศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 19 ก.ค. สั่งให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่สส.ทันที หลังมีมติเอกฉันท์รับคำร้องปมถือหุ้นไอทีวี
ซ้ำดาบสองด้วยมติที่ประชุมร่วมรัฐสภาวันเดียวกัน ตีตกวาระโหวตเลือกนายพิธา เป็นนายกฯ รอบสอง โดยอ้างเป็นการเสนอญัตติซ้ำตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่ 41
มีผลให้นายพิธา ไม่เพียงต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.ชั่วคราว หากโอกาสการเป็นนายกฯ คนที่ 30 ก็สะเทือนไปด้วย
เส้นทางบนถนนการเมืองของนายพิธา แม้มีภาพผู้นำรุ่นใหม่ อนาคตไกล มีแฟนคลับเหนียวแน่น หากนับแต่วันเลือกตั้ง 14 พ.ค. จนถึงวันที่ 19 ก.ค. รวม 67 วัน ทุกย่างก้าวไม่ได้ราบรื่น
14 พ.ค. 2566 พรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้งอย่างพลิกความ คาดหมาย กวาดส.ส.เป็นพรรคอันดับหนึ่ง 151 ที่นั่ง คะแนนบัญชีรายชื่อสูงกว่า 14 ล้านเสียง นายพิธาแถลงกลางดึกถึงจุดยืนพรรคก้าวไกล มีลุงไม่มีเรา ไม่มีรวมไทยสร้างชาติและพลังประชารัฐ โดยจะตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคฝ่ายค้านเดิมทั้งหมด
รุ่งขึ้นประกาศพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 30 ยืนยันไม่กังวลกรณี ถูกร้องเรื่องหุ้นไอทีวี และพร้อมชี้แจง

จากนั้นเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล 18 พ.ค. ก้าวไกลพร้อมแกนนำ 7 พรรค คือ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคเป็นธรรม พรรคเพื่อไทรวมพลัง และพรรคพลังสังคมใหม่ แถลง 3 ข้อตกลงร่วมจัดตั้งรัฐบาล 312 เสียง ถือเป็นการเปิดตัว 8 พรรคต่อสาธารณะครั้งแรก
ระหว่างนี้มีการทาบทามพรรคชาติพัฒนากล้าเข้ามาเติมเสียง แต่เกิดกระแสต้าน กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า จากกลุ่มด้อมส้มจนพรรคก้าวไกลต้องถอย ยกเลิกดีล แถลงขออภัยแฟนคลับผ่านเพจพรรค ขณะที่นายพิธาโพสต์ “ขอโทษครับผมจะระลึกไว้เสมอ พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค”
กระทั่ง 22 พ.ค. 8 พรรคลงนามเอ็มโอยูจัดตั้งรัฐบาล 23 ข้อ 5 แนวปฏิบัติ ไม่มีประเด็นการแก้ ม.112 ให้เป็นเรื่องของพรรคก้าวไกลพรรคเดียวดำเนินการ ก่อนที่ทั้ง 8 พรรคประกาศตั้งคณะกรรมการประสานงานช่วงเปลี่ยนผ่าน พร้อมตั้งคณะทำงาน 7 คณะ ในอีก 2 วันต่อมา
ท่ามกลางการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลของ 8 พรรค ปฏิกิริยาต่อต้านจากฝั่ง สว.ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง สว.ประกาศชัดหลังเลือกตั้งแค่ 3 วัน การโหวตนายกฯของสว. นอกจากจะรวบรวมเสียงข้างมาก ได้แล้ว สว.จะดูนโยบายด้วย หากแตะ ม.112 ก็ไม่โหวตให้ มองแบบสุดโต่งว่า หากนายพิธาเป็นนายกฯ บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ ถึงกับมีแนวคิดการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ
ขณะที่ นายพิธาระบุการรักษามติของประชาชนคือทางออก ความขัดแย้ง “ผมพร้อมจะเป็นนายกฯ ของทุกคน พร้อมเป็นรัฐบาลแห่งประชาชน ไม่ใช่รัฐบาลแห่งชาติ”

ศึกนอกยังไม่จบ นายพิธายังต้องรับมือกับศึกใน จากปัญหา ชิงเก้าอี้ประธานสภาระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทย ก้าวไกลมีเหตุผลเรื่องการผลักดันกฎหมาย แก้รัฐธรรมนูญและการปฏิรูปรัฐสภา โดยผลักดัน หมออ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดา ขึ้นรั้งเก้าอี้ โดยนายพิธาไปเปิดตัวถึงพิษณุโลก
ข้อตกลงระหว่างกลุ่มเจรจาดูจะตกลงกันได้ แต่สส.เพื่อไทย เห็นต่างว่า ก้าวไกลไม่ควรกินรวบทั้งเก้าอี้นายกฯ และประธานสภา จนกลายเป็นประเด็นเดือดระหว่างการประชุมสัมมนาของพรรค เพื่อไทย
ระหว่างที่เรื่องยังคลุมเครือการหารือของ 8 พรรค 22 มิ.ย. ที่ถูกจับตาจะหารือกันเรื่องดังกล่าวก็ต้องสะดุด เนื่องจากนายพิธา ติดโควิด รวมถึง อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ด้วย
กระทั่ง 3 ก.ค. 2 พรรคจึงมีมติเคาะชื่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภา ก่อนที่ประชุมสภา 4 ก.ค. จะโหวตฉลุยให้ นายวันมูหะมัดนอร์ นั่งประธานสภาแบบไร้คู่แข่ง โดยมี นายปดิพัทธ์ เป็นรองคนที่ 1 นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เป็นรองคนที่ 2

เมื่อได้ประธานสภาวาระต่อคิวคือการเลือกนายกฯ ส่งผลให้ปมหุ้นไอทีวีที่เป็นประเด็นช่วงเลือกตั้งร้อนฉ่าขึ้นอีกครั้ง เมื่อนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เปิดประเด็น หากนายพิธามีความผิดกรณี หุ้นไอทีวี อาจถึงขั้นต้องเลือกซ่อมทั้งประเทศ เนื่องจากเป็นผู้รับรองผู้สมัคร สส.ของพรรคก้าวไกล
ก่อนที่นายพิธาจะชี้แจงว่าได้โอนหุ้นทั้งหมดแล้วตั้งแต่ปลาย พ.ค. เพื่อสกัดแผนการฟื้นคืนชีพไอทีวี มาเล่นงานตัวเอง และป้องกันความเสี่ยงในการจัดตั้งรัฐบาล
9 มิ.ย. กกต.มีมติตีตก 3 คำร้องหุ้นไอทีวี เพราะยื่นเกินเวลา ที่กฎหมายกำหนด แต่รับพิจารณาคดีอาญา เป็นความปรากฏตามมาตรา 151 กรณีรู้อยู่แล้วขาดคุณสมบัติ แต่ยังลงสมัครสส. ก้าวไกลออกมาซัดทันทีองค์กรนั่งร้านเตะสกัดนายพิธา นั่งนายกฯ

12 มิ.ย. ก้าวไกลเปิดแถลงพิรุธการประชุมบอร์ดไอทีวี หลังรายการ 3 มิติเปิดคลิปการประชุม ประธานที่ประชุมยืนยันชัดบริษัทไม่ได้ดำเนินกิจการใดๆ รอผลคดีความ ต่างจากเอกสารรายงานการประชุมมีการเผยก่อนหน้านี้ ร้อนขึ้นอีกเมื่อ นายวิษณุ เตือนประธานสภา ทูลเกล้าฯ ชื่อนายกฯ ที่มีคดีติดตัว ต้องรับผิดชอบ ขณะที่ อุ๊งอิ๊ง ให้กำลังใจนายพิธา ยืนยันไม่พลิกขั้ว
ยังมีกรณีกกต.ตั้งประเด็นสอบพรรคก้าวไกลจากโปสเตอร์หาเสียงภาพการ์ตูนที่มีรูปค้อนเคียว, ข้อกล่าวหาเรื่องหาเสียงด้วยนโยบายแก้ม.112 ที่ศาลรัฐธรรมนูญรับไว้พิจารณา
ท่ามกลางขวากหนาม นายพิธาและ 8 พรรคยังเดินหน้าทำงานผ่านการประชุมกรรมการเปลี่ยนผ่านอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน นายพิธา เดินสายพบปะหน่วยงานต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการ เป็นรัฐบาล สลับกับการลงพื้นที่เพื่อขอบคุณประชาชน พบกับสภาอุตสาหกรรมฯ สภาหอการค้าฯ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย นำทีมสส.กทม. หารือนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมทั้งร่วมงานไพรด์
ส่วนการลงพื้นที่ต่างจังหวัด แต่ละจุดที่ไปมีแฟนคลับแห่รับแน่น ทั้งที่ สมุทรปราการ ภูเก็ต เชียงใหม่ รวมทั้งที่ลำปาง ลำพูน ซึ่งนายพิธาปลุกประชาชน “ทุกคนเบื่อการเมืองเมื่อไร พวกเขาชนะทันที นี่คือกุศโลบายของผู้มีอำนาจ ทำให้การเมืองสกปรกที่สุด น่าเบื่อที่สุด”
และจากการเดินสายที่ จ.ลำพูน 16 มิ.ย. ซึ่งตรงวันหวยออก ก็มีเรื่องเฮเมื่อหวยที่ นายพิธา ซื้อเลข 30 ออกเลขท้าย ส่งผลให้ด้อมส้มที่ซื้อตามถูกกันถ้วนหน้า

27 มิ.ย. นายพิธาลงพื้นสมุทรสงครามและสมุทรสาคร ยืนยันกับชาวบ้าน กับดักทางการเมืองเยอะเหลือเกิน ยังตั้งรัฐบาล ไม่ได้ แต่พิธากำลังใจเกินร้อย หลายคนคิดว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย แต่ลูกสมุทรสาครทราบดี “เวลาน้ำเชี่ยว เราไม่เอาเรือไปขวาง”
เมื่อเวลางวดเข้าสู่การเลือกนายกฯ ความเคลื่อนไหวของสว.ในการต่อต้านนายพิธา ยกระดับขึ้นอีก ถึงขั้นนายเสรี สุวรรณภานนท์ นำเอกสารหลักฐานคดีหุ้นไอทีวี เข้าพบกกต. หลังจากร่วมกับเพื่อน สว. กดดันกกต. ให้รีบส่งศาลรัฐธรรมนูญมาอย่างต่อเนื่อง
จากนั้น นายวันชัย สอนศิริ สว. ส่งซิกว่า 312 เสียงแค่มายาคติ เป็นรัฐบาลทิพย์ นายกฯ ทิพย์ พร้อมกับสว.เห็นค้านหากต้องโหวต นายพิธา เป็นนายกฯ รอบ 2 ก่อนตั้งเงื่อนไขเพิ่มต่อให้เป็นแคนดิเดตจากเพื่อไทยก็ไม่โหวตให้ หากยังมีก้าวไกลร่วมรัฐบาล
จากนั้น 10 ก.ค. นายพิธายื่นท้วงกกต. กรณีจะเร่งส่งศาลรัฐธรรมนูญชี้คุณสมบัติสส.ของตนเอง ทั้งที่ไม่มีการเรียกไปชี้แจง ตกเย็นนายพิธา จัดกิจกรรมที่ลานเซ็นทรัลเวิลด์ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือกก้าวไกล ท่ามกลางแฟนคลับล้นหลาม รุ่งขึ้นก้าวไกลแถลงแฉมีสว. ที่หนุนก้าวไกลถูกแบล็กแมล์
13 ก.ค. ที่ประชุมร่วมรัฐสภาโหวตนายกฯ ครั้งแรก นายพิธาวืด ได้แค่ 324 โดยมีเสียงสว. 13 เสียงหนุน
ต่อมานายพิธาประกาศยอมถอย ถ้าไม่ไหวจะให้เพื่อไทย ตั้งรัฐบาลแทน แต่ขอสู้ศึก 2 สมรภูมิก่อน คือการโหวตนายกฯ รอบสอง 19 ก.ค. กับการแก้มาตรา 272 ปิดสวิตช์สว.
19 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญสั่งนายพิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่สส.ทันที หลังมีมติเอกฉันท์รับคำร้องปมถือหุ้นไอทีวี ตามที่กกต.ยื่นให้วินิจฉัย
ตกเย็น รัฐสภามีมติตีตกเสนอชื่อพิธา ในการโหวตนายกฯ รอบ 2 โดยอ้างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่ 41 ไม่สามารถเสนอโหวตชื่อนายกฯ ซ้ำได้
ปมข้อบังคับที่ 41 นำมาสู่เสียงวิจารณ์ของนักกฎหมายอย่าง กว้างขวาง พร้อมแนะให้พรรคก้าวไกลยื่นร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง