เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2566 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระบัญชาให้ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปัญโญ) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีทรงตั้งเปรียญธรรม 3 ประโยค และมอบประกาศนียบัตร ประโยค 1-2 แก่พระภิกษุ-สามเณร เขตปกครองคณะสงฆ์หนตะวันออก (ภาค 9 ภาค 11 และภาค 12) จำนวน 501 รูป

มี พระพรหมวัชรเมธี เจ้าคณะภาค 9, พระธรรมเจดีย์ เจ้าคณะภาค 11, พระราชเวที เจ้าคณะภาค 12, พระเทพสิทธาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม และพระเถระภิกษุ-สามเณร ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนตะวันออก (ภาค 9 ภาค 11 และภาค 12) ร่วมพิธี ที่วัดพุทธวนาราม อ.เมือง จ.มหาสารคาม

ในการนี้ สมเด็จพระพุฒาจารย์ประทานโอวาทแก่พระภิกษุ สามเณรที่สอบได้ ใจความส่วนหนึ่งว่า “…ขอให้เกิดความภูมิใจ ดีใจ ปีติใจ ที่เราได้บรรพชา อุปสมบท มาในพระพุทธศาสนาแล้วได้ตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี จนมีความรู้ความเข้าใจอย่างดียิ่ง เชื่อว่าทุกองค์ทุกรูปนั้นได้ทำหน้าที่เป็นศาสนทายาทที่ดี เป็นผู้ได้ชื่อว่าได้จรรโลงศาสนาของเราให้เจริญวัฒนาสถาพรสืบยิ่งๆ ขึ้นไป…”

ในพิธีทรงตั้งเปรียญธรรม 3 ประโยค และมอบประกาศนียบัตร ประโยค 1-2 ดังกล่าว กลายเป็นที่ฮือฮา สามเณรจารุวัฒน์ หรือออกัส เอี่ยมศรี อายุ 10 ขวบ สอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค เป็นสามเณรเปรียญธรรมที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์คณะสงฆ์ไทยที่สอบได้ในปี พ.ศ.2566

ทั้งนี้ วัดไวกูลฐาราม หมู่ 5 บ้านนารายณ์ ต.บ้านค้อ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีประจำจังหวัดอุดรธานีแห่งที่ 1 วัดไวกูลฐาราม โดยมี พระมหาสุกัน เตชธัมโม เป็นอาจารย์ใหญ่ ได้จัดงานฉลองประกาศนียบัตรพัดยศเปรียญธรรมของพระภิกษุและสามเณรที่ไปสอบแข่งขันทั้งหมด 33 รูป และสอบผ่าน 22 รูป

มีพระธรรมราชานุวัตร (สุทัศน์ วรทัสสี) เจ้าคณะภาค 10 และรองแม่กองบาลีสนามหลวง ประจำหนตะวันออก เป็นประธาน ฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระครูไพศาลกิจจานุกูล เจ้าอาวาสวัดไวกูลฐาราม ปลัดอำเภอ บ้านผือ และชาวบ้านมาร่วมแสดงความยินดี พร้อมทั้งมีโรงทานจากประชาชนมาร่วมอนุโมทนาบุญ

สามเณรจารุวัฒน์ หรือออกัส เปิดเผยว่า บวชเป็นสามเณรมาได้ 2 ปี ช่วงแรกยายให้มาบวชแล้วสึกออกมา รู้สึกว่าชอบในการบวช จึงกลับมาบวชอีก ซึ่งมาบวชครั้งนี้เณรคิดว่าจะบวชไปตลอดไม่สึก และจะบวชไปตลอดชีวิต ซึ่งข้อคิดที่ในการสอบได้คือ ให้ตั้งใจเรียน และท้อได้แต่อย่าถอย อยากให้บวชนานๆ ถ้าเรียนก็ให้ตั้งใจทั้งทางโลกและทางธรรม จนให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยแรงบันดาลใจนั้นรู้สึกดีกับการบวช พอมาศึกษาแล้วชอบ และทำให้รู้สึกว่ามีเป้าหมายที่จะต้องทำให้ ซึ่งเป้าหมายสูงสุดจะสอบให้ได้เปรียญธรรม 9 ประโยค

นายวัชระ เอี่ยมศรี และ น.ส.ดรุณี บุญด้วง พ่อแม่ของสามเณรออกัส กล่าวว่า “รู้สึกภูมิใจมากที่ลูกชายบวชเป็นสามเณรแล้วสอบผ่านเปรียญธรรม 3 ประโยค ซึ่งก็สมกับที่ลูกชายตั้งใจเอาไว้ โดยความตั้งใจของลูกชายก็จะสอบให้ได้เปรียญธรรม 9 ประโยค และเป็นนาคหลวงให้ได้ตามกำหนด ลูกชายบวชตั้งแต่อายุ 7 ขวบแล้ว ก็บวชมาเรื่อย ซึ่งอยากจะฝากถึงผู้ปกครองที่จะพาลูกมาบวชเรียนว่าสังคมข้างนอกมันโหดร้าย ให้ผู้ปกครองพาลูกเข้ามาอยู่ในกฎระเบียบในทางสงฆ์ จะได้ไม่ต้องกังวลในตัวลูกว่าจะไปทำอะไรไม่ดี”

ด้านพระมหาสุกันกล่าวว่า โรงเรียนเริ่มเปิดตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 จนมาถึงปัจจุบัน ซึ่งเมื่อก่อนมีพระภิกษุและสามเณรมาเรียนจำนวนมาก พอช่วงโรคโควิดเกิดการแพร่ระบาด ทำให้พระภิกษุ-สามเณรมาเรียนน้อย เดินทางลำบาก แต่หลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มดีขึ้นก็มีพระภิกษุ-สามเณรเข้ามาเรียนเพิ่มมากขึ้น โดยสามเณรออกัสได้สอบผ่านในสังกัดคณะสงฆ์ภาคอื่น แต่ครูบาอาจารย์ก็ประสงค์จะให้เรียนต่อในชั้นเปรียญธรรม 4 ประโยค จึงได้ส่งมาจำพรรษา และเรียนที่วัดแห่งนี้ไปด้วย โดยการเข้ามาเรียนไม่ได้จำกัดอายุ แต่ขอให้ได้บวชเป็นสามเณรแล้วจึงสามารถเข้ามาเรียนได้เลย

วัฒนชัย จำนงค์ทอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน