กทม. – นายสุนทร สุนทรชาติ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติรับแจ้งท่อบรรจุกัมมันตรังสีซีเซียม137หายไปจากโรงไฟฟ้า จ.ปราจีนบุรี ต่อมาถูกพบว่าถูกหลอมแล้วที่โรงงานหลอมเหล็ก คาดว่าถูกขายปะปนมากับเศษเหล็ก ซึ่งรับซื้อมาจากร้านค้าของเก่า คณะที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. จึงประชุมหารือแนวทางกำกับดูแลร้านค้าของเก่าให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ประกอบด้วย พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ที่ห้ามตั้งวางหรือกองวัตถุใดๆบนพื้นถนน ห้ามเทหรือทิ้งสิ่งปฏิกูลมูลฝอย หรือสิ่งอื่นใดลงบนถนน พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในการจัดการสุขลักษณะ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและการป้องกันเหตุรำคาญ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย ปัญหาเหตุรำคาญ ทั้งกลิ่นเหม็น น้ำเสีย ฝุ่นละออง เสียงดัง สถานที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์พาหะนำโรค พ.ร.บ.ควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ.2474
นายสุนทรกล่าวต่อว่า เพื่อป้องกันความเสี่ยงและผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ที่ประชุมจึงมอบหมายให้ สนอ. และสำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) จัดทำแบบตรวจประเมินร้านค้าของเก่า และประสานสำนักงานเขต ดำเนินการตรวจร้านค้าของเก่า ทั้งที่มีใบอนุญาตและไม่มีใบอนุญาตการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2561
ปัจจุบันมีสถานประกอบการที่มีใบอนุญาต จำนวน 678 แห่ง โดยสำนักงานเขตจะต้องตรวจสอบร้านค้าของเก่า ดังนี้ 1.ข้อมูลทั่วไปของสถานประกอบการ 2.ข้อมูลใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3.ข้อมูลมลพิษจากการประกอบกิจการ 4.ข้อมูลด้านสุขลักษณะ การจัดการมลพิษ การควบคุมเหตุรำคาญและความปลอดภัย พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แนวทางจัดการสุขลักษณะ การสังเกตวัตถุอันตรายและเผยแพร่ความรู้ให้กับซาเล้งหรือผู้ค้าของเก่ารายย่อย
ส่วนสสล. จะต้องร่วมมือกับ สนอ. จัดทำคู่มือแนวทางการประกอบกิจการร้านค้าของเก่า เพื่อเผยแพร่ให้ผู้ประกอบการรับทราบ จากนั้น สนอ. จะต้องจัดทำฐานข้อมูลร้านค้าของเก่า และประสาน สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล (สยป.) จัดทำแผนที่สถานประกอบการ
ขณะที่การตรวจสอบถังดับเพลิง จากการลงพื้นที่ตรวจสอบถังดับเพลิงตลอดทั้งสัปดาห์ ทั้ง 50 เขต แต่ยังไม่ครบ 100% เจ้าหน้าที่พบว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ มีถังดับเพลิง 44,160 ถัง แบ่งเป็นชนิด ผงเคมีแห้ง 42,401 ถัง ชนิดน้ำ 953 ถัง ชนิดโฟม 76 ถัง ชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Co2 553 ถัง และชนิดอื่นๆ 177 ถัง เมื่อตรวจสอบพบว่าถังดับเพลิงสามารถใช้งานได้ปกติ 26,124 ถัง ในจำนวนนี้ได้ติดคิวอาร์โค้ด เพื่อแสดงข้อมูลประเภทของถัง คุณสมบัติการดับเพลิงของถังดับเพลิง วันและเวลาที่ตรวจบำรุงรักษา ตำแหน่งในการติดตั้งแล้ว 3,737 ถัง ส่วนที่เหลือชำรุด จึงส่งมอบให้สำนักสิ่งแวดล้อม ไปทำลายตามกระบวนการต่อไป
ทั้งนี้ หากตรวจครบ 100% แล้ว คาดว่าจะมีถังดับเพลิงกระจายอยู่ในชุมชน 30,000 ถัง ที่ติดคิวอาร์โค้ด พร้อมทั้งนำลงแผนที่เสี่ยงภัยในกรุงเทพมหานคร (BKK Risk Map) เพื่อจะได้รู้ตำแหน่งที่ตั้งของถังดับเพลิง นอกจากนี้จะได้เตรียมความพร้อมในการจัดสรรถังดับเพลิงเพื่อทดแทนถังดับเพลิงที่เสื่อมสภาพ ตลอดจนตรวจสอบคุณภาพถังดับเพลิงทุกปีด้วย ทั้งนี้ ผู้ง่าฯกทม. ได้กำชับผู้บริหารว่าการตรวจถังนั้นไม่ต้องรอให้เกิดเรื่องก่อน เป็นหน้าที่ที่ต้องไปตรวจอยู่แล้ว ขอให้ทำมาตรการเชิงรุกด้านอื่นด้วยเช่น หัวแดงดับเพลิงในชุมชน การดูแลรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในกระบวนการป้องกันอัคคีภัย