ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมาก่อน ดังนั้นถึงแม้จะเพิ่งมาร่วมงานกันครั้งแรกในละครแนวโรแมนติกคอมเมดี้ “สาวใช้ดิลิเวอรี” ทางช่อง 7 HD แต่คู่พระ-นาง ‘เมฆ’ จุติ จำเริญเกตุประทีป และสาว ‘แพรว’ เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค ก็คลิกลงตัวทำงานกันได้อย่างเข้าขา

ร่วมงานกันครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง?
เมฆ – “เป็นการร่วมงานด้วยกันเรื่องแรก แต่เรารู้จักกันมาก่อนหน้านี้ เป็นเพื่อนกัน พอมาเล่นด้วยกันมันก็มีความคลิก”

แพรว – “มันมีความสบายใจ แล้วเพื่อนสนิทของแพรวกับเมฆ เป็นคนเดียวกัน เลยรู้อยู่แล้วว่าเมฆเป็นคน น่ารักจากเพื่อนเรา พอมาเจอตัวจริง เขาเป็นคนที่ทำงานด้วยง่ายมาก สปอยล์เพื่อนมีความเป็นสุภาพบุรุษที่ชอบเทกแคร์เพื่อนผู้หญิง เราก็ยิ่งจอยกับการทำงานกับเขา อีกอย่างเขาเป็นคนที่ไม่มีอีโก้ แล้วแพรวเป็นคนโผงผางพูดจาสุดๆ แต่เขาไม่เคยโกรธ เป็นคนที่บางทีมาถามมาปรึกษาเรื่องการเล่นด้วย ทั้งที่เราอายุเท่ากัน เขาเป็นคนที่ชอบถามความคิดเห็นคนอื่น เรารักเขามากๆ”

ในเรื่องรับบทเป็นใคร?
แพรว – “รับบท กุลธิดา เป็นผู้หญิงเก่ง เพอร์เฟ็กชั่นนิสต์สาวสวย จบปริญญาโท บริหารธุรกิจ มีความเด็ดขาด และมีภาวะผู้นำ สู้ชีวิตมากๆ ต้องพบกับบททดสอบครั้งใหญ่จากแม่ เพราะแม่บอกว่าถ้าเราจะรับช่วงดูแลบริษัทเมดทูยัวร์โฮม ก็ต้องไปเป็นแม่บ้านในบ้านที่แม่เคยทำงานสมัยก่อน ซึ่งก็คือบ้านพระเอก ซึ่งเคยเป็นแฟนเก่า และสาเหตุที่ต้องเลิกกันเพราะจับได้ว่าพระเอกคบซ้อน”

เมฆ – “ผมรับบท รวิชญ์ เป็นหนุ่มไฮโซ บ้านรวยมีปมชีวิตหลายๆ เรื่อง มีทั้งปมเรื่องแม่ เรื่องความรักกับพ่อ แล้วพ่อก็พา ผู้หญิงเข้ามาในบ้าน อีกทั้งเป็นคนที่กลัวที่แคบ เป็นคนมีปมเยอะมาก มันก็เลย ทำให้ รวิชญ์ เป็นคนเจ้าชู้ ต้องการความรัก แต่จริงๆ เป็นคนเก่ง ช่วงแรกชีวิตอาจจะเขวไปหน่อย จนได้นางเอกมาช่วยทำให้ชีวิตกลับมาดีขึ้น เข้าลู่ เข้าทางมากขึ้น”

อะไรที่ยากในเรื่องนี้?
แพรว – “ของแพรวซีนเยอะ ปัญหาของแพรวคือเป็นเด็กแรมต่ำ ระหว่างเปลี่ยนซีน หรือเปลี่ยนมุม เราจะพักช่วงนั้นเอา เขาพักกินข้าว เราก็ขอนอน คือกินไม่ค่อยสำคัญ ขอนอนกับกินกาแฟแค่นั้นพอค่ะ ขอนอนก่อนนิดหน่อย เพราะว่าถ้าแรมหมดจะพูดบทสลับกัน”

เมฆ – “ผมเองก็เป็นถ้านอนน้อย อีกอย่างเรื่องนี้บทก็ยาว ด้วยความเป็นละครเย็นบทเลยยาว เพราะว่าต้องพูดให้คนดูรู้เรื่องชัดเจนไปเลย”

แพรว – “อันนี้เราก็เข้าใจ ในการทำงานนะคะ แล้วมันต้องเล่นใหญ่ แต่จะเล่นใหญ่ยังไงให้คนดูไม่รู้สึกว่าเป็นการ์ตูน แพรวซีเรียสเรื่องนี้มาก เพราะไม่อยากที่จะติดไป แล้วมันจะมีปัญหาตอนที่เราไปเล่นดราม่า”

คอมเมดี้ยากไหม?
แพรว – “คอมเมดี้เล่นยากกว่าดราม่า แล้วแพรวเป็นคนที่จังหวะไม่ค่อยดีด้วย แพรวไม่ใช่ทางแบบตลก”

เมฆ – “เรื่องนี้ของผมไม่มีคอมเมดี้เลย จะเป็นดราม่า แล้วบทก็จะยาว ต้องทำความเข้าใจเยอะมาก แล้วอย่างที่บอกว่ามีปมเยอะ ทั้งกับแม่กับพ่อ แล้วการถ่ายก็สลับไปสลับมา ไม่ได้ถ่ายเรียงซีน ต้องคอยทำการบ้านกับ พี่วีรภาพ (ผู้กำกับฯ) ความยากมันก็จะเป็นเรื่องของการเรียงเรื่องราวด้วย”

ทำงานกับวีรภาพ เป็นอย่างไรบ้าง?
แพรว – “พี่วีสปอยล์สาวๆ เยอะมาก ชอบให้กำลังใจ แล้วเขาจะบอกว่าแพรวสวยมาก เราก็จะแอ๊กติ้งมากยิ่งขึ้น แล้วก็เริ่มติดชมตัวเองทุกเช้า ทุกวันนี้ก็ยังติดชมตัวเองอยู่ ถึงจะปิดกล้องไปแล้วหลายเดือน พี่วีน่ารัก เป็นคนไม่ได้มีมาด มานั่งเล่นกับเรา มานั่งคุยกินข้าวกันแล้วมานั่งเม้าธ์เรื่องอดีตของเขาให้เราฟังว่าสร้างวีรกรรมอะไรไว้บ้าง (หัวเราะ)”

เมฆ – “เราสงสัยอะไร สามารถถามพี่วีได้หมด แล้วเขาจะเป็นแอ๊กติ้งโค้ชด้วย”

แพรว – “พี่วีเป็นคนเปิด ด้วยคาแร็กเตอร์ที่เป็นคนที่มีอะไรฉันพูดเลย พี่วีก็จะแบบว่า พอถ่ายเขาก็ให้เราเล่นก่อนเลย ค่อยมาปรับแพรวทีหลัง เพราะแพรวเป็นคนที่มีอะไรของแพรวตลอดเวลา คาดเดาไม่ได้ ถ้าพี่วีกำกับฯเราทุกอย่าง เราก็จะคิดว่าถ้างั้นพี่วีก็มาเล่น เองสิ เพราะคนที่เขาจ้างเรา แสดงว่าเขาต้องการอะไรจากเรา ที่มันเป็นตัวของเราจริงๆ ถ้าเขาอยากเพิ่มรสอะไร พี่วีเป็นผู้กำกับฯ นั่นคือหน้าที่เขา ที่เขาจะเข้ามาปรุงรส มันเลยสนุกมากๆ ในการทำงาน”

หลังจบเรื่องนี้แล้วมีงานอะไรกันบ้าง?
แพรว – “ตอนนี้แพรวเป็นนักแสดงอิสระแล้ว แต่ว่าก็กำลังจะมีผลงานทั้งละคร ภาพยนตร์ อยากให้รอติดตามค่ะ”

เมฆ – “ของผมก็ยังคงมีละครทางช่อง 7 ครับ นอกจากเรื่องนี้แล้ว ก็มีเรื่อง เล่ห์มยุรา ที่กำลังถ่ายทำ และเรื่อง สองทระนง”

ความรักบ้าง?
แพรว – “หนูไม่มีเลย เลยไม่มีอะไรให้อัพเดตจริงๆ”

เมฆ – “งั้นข้ามเรื่องความรัก เข้าเรื่องการทำอาหารเลยดีกว่าครับ (หัวเราะ) ตอนนี้ผมกำลังติดใจเรื่องการทำอาหาร ช่วงนี้ก็จะอัพเดตเรื่องการทำอาหารให้ดูกันได้เรื่อยๆ ติดตามในไอจีครับ ในอนาคตก็อยากที่จะมีคอนเทนต์เรื่องอาหารครับ”

อนงค์ จันทร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน