สํานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดกิจกรรม “Organic Day : โครงการประยุกต์ใช้ Blockchain ยกระดับเศรษฐกิจการค้า ระยะที่ 4” โดยมีเป้าหมายส่งเสริมองค์ความรู้และร่วมมือพัฒนาระบบต้นแบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรอินทรีย์ด้วยเทคโนโลยี Blockchain หรือ TRACETHAI.com ติดตามตรวจสอบ สร้างความเชื่อมั่นและปลอดภัย โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน กลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการเกษตรอินทรีย์เข้าร่วมกว่า 100 คน ที่อุทยานการ เรียนรู้ป๋วย 100 ปี มธ.ศูนย์รังสิต
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค.ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย จึงเริ่มดำเนินโครงการประยุกต์ใช้ Blockchain ยกระดับเศรษฐกิจการค้า เมื่อประมาณปี 2563 โดยมีสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นที่ปรึกษาโครงการ และพัฒนาระบบต้นแบบการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรอินทรีย์ด้วยเทคโนโลยี Blockchain หรือระบบ TRACETHAI.com ติดตามหรือตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่การผลิต รวบรวม บรรจุ และจัดจำหน่ายไปยังผู้บริโภค โดยนำร่องที่สินค้าข้าวอินทรีย์ซึ่งมีศักยภาพการส่งออกสูง

ปี 2566 สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และ มธ.ขยายฐานกลุ่มเป้าหมายโครงการ ไปยังเครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาค โดยร่วมมือกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จัดสัมมนาเผยแพร่ความรู้ให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิต แปรรูป จัดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ ใน 3 จังหวัด และฝึกอบรมใช้งานระบบรวม 10 จังหวัด อาทิ เชียงใหม่ ขอนแก่น อุดรธานี และสกลนคร
ด้าน รศ.ดร.ดนุพันธ์ วิสุวรรณ รองอธิการบดี ฝ่ายวางแผนและพัฒนาคุณภาพ มธ.กล่าวว่า โครงการพัฒนาระบบต้นแบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรอินทรีย์ด้วยเทคโนโลยี Blockchain มีความสำคัญมากภายใต้บริบทโลกยุคใหม่และทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นแนวทางสำคัญที่สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ริเริ่มและให้โอกาสทางสถาบันวิจัยและให้ คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็น ผู้ดำเนินการพัฒนา TRACETHAI.com จนเกิดความสำเร็จเป็นรูปธรรมนำไปสู่การ ส่งเสริมศักยภาพสินค้าเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทยให้ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติ สอดคล้องกับแนวทางสร้างเกษตรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย รักและห่วงใยสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ ศ.ดร.อาณัติ ลีมัคเดช ผอ.ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาและบ่มเพาะวิสาหกิจ มธ. หัวหน้าที่ปรึกษาโครงการ กล่าวปิดท้ายว่า การนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในระบบตรวจสอบย้อนกลับเกษตรอินทรีย์ ช่วยสร้างกลไกความน่าเชื่อถือ โปร่งใส ในการบันทึกข้อมูลสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน
“TRACETHAI.com ออกแบบนวัตกรรมด้วยเทคโนโลยี Blockchain ทำให้ผู้ซื้อตรวจสอบย้อนกลับได้ในทุกจุด ช่วยสร้างความ น่าเชื่อถือและเพิ่มโอกาสการค้าให้สินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยทั้งตลาดในประเทศและตลาดโลก โดยเฉพาะสหภาพยุโรปที่กำหนดกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้น”