ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยว่าการเสนอชื่อบุคคลให้รัฐสภาเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกฯ ถือเป็น “ญัตติ” ซึ่งต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2563 ข้อ 41 นั้น เป็นการนำข้อบังคับการประชุมไปทำให้กระบวนการ แต่งตั้งนายกฯ ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้กำหนดเรื่องการพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกฯ ไว้เป็นการเฉพาะแล้วตามมาตรา 159 ประกอบ มาตรา 272 การกระทำของรัฐสภาดังกล่าวจึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

พร้อมขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่ 27 ก.ค.ตามที่ประธานรัฐสภานัดเลือกนายกฯ รอบที่ 3 ออกไปก่อน จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเสร็จ

สำหรับคำร้องดังกล่าว เป็นการร้องเรียนจากสมาชิกรัฐสภาและประชาชน จำนวน 17 คำร้องเรียน ยื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 213 จากกรณีที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 ก.ค.2566 ลงมติวินิจฉัยว่า การเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้รัฐสภาเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกฯ ถือเป็น “ญัตติ” ที่ตกไปแล้ว ห้ามนำเสนออีกในสมัยประชุมเดียวกัน เป็นการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียน

ขณะเดียวกันมีผู้เห็นแย้งกับทั้งมติรัฐสภาและมติผู้ตรวจการแผ่นดิน

115 คณาจารย์นิติศาสตร์ 19 สถาบัน ออกแถลงการณ์ว่า ผลการลงมติของรัฐสภา ไม่ใช่แค่เรื่องของนายพิธา และพรรคก้าวไกล แต่คือบรรทัดฐานที่ผิดพลาดของรัฐสภาในการพิจารณาญัตติที่เป็น กระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ที่จากนี้ไปจะเสนอได้ครั้งเดียวทั้งหมด โดยไม่สนใจเรื่องลำดับชั้นของกฎหมาย

ที่สำคัญที่สุดคือบรรทัดฐานที่เสียงข้างมากของรัฐสภาสามารถตีความข้อบังคับการประชุมของตนเองให้ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดได้

เป็นการเอาการเมืองมาอยู่เหนือหลักกฎหมาย และขัดต่อรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุด จึงเรียกร้องให้รัฐสภายกเลิกมตินี้ หาไม่แล้วการเรียนการสอนนิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในเรื่องลำดับชั้นของกฎหมาย และหลักการปกครองโดยกฎหมายที่มีหลักรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ยากที่จะดำเนินโดยปกติในประเทศไทยต่อไปได้

ด้าน นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับเรื่องวินิจฉัยกรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นเรื่องให้วินิจฉัยกรณีรัฐสภาใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่ 41 ห้ามนำญัตติใดที่ตกไปแล้วนำมาพิจารณาใหม่ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นการละเมิดขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถไปตีความ หรือ ตรวจสอบ ข้อบังคับของรัฐสภาได้ เพราะถือเป็นเรื่องภายในของรัฐสภา และพ.ร.ป.ว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ รับเรื่องลักษณะนี้มาพิจารณา

มติของที่ประชุมรัฐสภาเมื่อ 19 ก.ค. จึงเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมและถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ โอกาสที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับมาพิจารณามองว่า คงสำเร็จน้อยมาก

นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว.มองว่าไม่ใช่หน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบมติรัฐสภา และเสนอให้สั่งชะลอการโหวตนายกฯ ครั้งที่ 3 ออกไป

“ผมอยากมองว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง ไม่ใช่ทำตามกระแส ไม่ใช่ทำตามที่มีคนมายื่นคำร้อง 17 เรื่อง กลายเป็นกระแสกดดันให้ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญ ผมเข้าใจบางทีในยุคปัจจุบัน คนกลัวทัวร์ลงกันเยอะ หน่วยงานทั้งหลายกลัวทัวร์ลง ผมคิดว่าแรงกดดันเหล่านี้ มีอยู่ในสังคมไทย” นายเสรีกล่าว

ด้าน นายทิฆัมพร ยะลา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยืนยันว่าผู้ตรวจการแผ่นดินได้ใช้ข้อกฎหมาย ระเบียบต่างๆ และปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า คำร้องที่ยื่นมาองค์ประกอบครบถ้วนที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้

ส่วนข้อเสนอที่ให้ชะลอเรื่องเลือกนายกฯ นั้น นายทิฆัมพรกล่าวว่า หากข้อบังคับที่ 41 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหากเลือกนายกฯ ไปจะเกิดผลเสียต่อรัฐธรรมนูญตามมา จึงขอให้พิจารณาเรื่องนี้ด้วย และ เรื่องนี้เป็นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะวินิจฉัยไปในทิศทางใด

แม้ผู้ตรวจการแผ่นดินจะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ต้องรอศาลพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้วินิจฉัยหรือไม่ หากรับไว้ก็ต้องรอฟังว่าจะสั่งชะลอโหวตเลือกนายกฯ ออกไปก่อนหรือไม่

ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้วินิจฉัยว่าจะรับคำร้อง หรือไม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ได้ยกเลิกการประชุม 8 พรรคร่วมเมื่อ 25 ก.ค.อย่างกะทันหัน เหตุผลสำคัญ มาจากมติของผู้ตรวจการแผ่นดิน

ด้าน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ประชุมฝ่ายกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร ที่ปรึกษาประธานสภา และมีข้อสรุป เมื่อ 25 ก.ค. สั่งงดประชุมโหวตนายกฯ วันที่ 27 ก.ค.ออกไปก่อน เพราะเกรงว่าหากพิจารณาไปแล้ว มีคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาในภายหลัง อาจเกิดความเสียหายขึ้นได้

สถานการณ์เลือกนายกฯ-ตั้งรัฐบาลยังยืดเยื้อต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน