วันที่ 28 ก.ค. บีบีซีรายงานว่า คณะ นักวิทยาศาสตร์คาดว่าเดือนกรกฎาคมของปีนี้จะขึ้นแท่นเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ของโลก และทุบสถิติเก่า เมื่อปี 2562 เนื่องจากทั่วโลกยังเผชิญกับวิกฤตคลื่นความร้อนที่รุนแรงและยาวนาน โดยนักวิทยาศาสตร์หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าความร้อนที่เพิ่มขึ้นนั้นเชื่อมโยงกับการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก
นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่าโลกกำลังเข้าสู่ “ยุคโลกเดือด” ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา กล่าวก่อนหน้านี้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามที่มีอยู่จริงและไม่มีใครปฏิเสธผลกระทบได้อีกต่อไป
ด้านผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเดือนก.ค.อาจเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในรอบ 120,000 ปีและไม่รู้สึกแปลกใจเลยที่เดือนก.ค.ปีนี้ จะทำลายสถิติของเดือนที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีข้อบ่งชี้ว่าโลกมีระดับความร้อนที่สูงกว่ามาก โดยเมื่อวันที่ 6 ก.ค.2566 กลายเป็นวันที่โลกร้อนที่สุด และจากข้อมูลของศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโคเปอร์นิคัสแห่งสหภาพยุโรป (C3S) พบว่า 23 วันที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ก็เกิดขึ้นทั้งหมดในเดือนนี้