เมื่อวันที่ 29 ก.ค. เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าการยึดอำนาจการปกครองในประเทศไนเจอร์ ชาติทางตะวันตกของทวีปแอฟริกา ล่าสุด พลเอกอับดุลราห์มาน ทะเชียนิ อายุ 50 ปีเศษ ผู้บัญชาการกองกำลังอารักขาประธานาธิบดี ประกาศตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ พร้อมขู่ว่าการแทรกแซงใดๆ จากกองกำลังต่างชาติอาจทำให้ไนเจอร์เข้าสู่ภาวะโกลาหล

พล.อ.ทะเชียนิ อ้างเหตุผลการก่อรัฐประหารว่ามาจากสถานการณ์ความมั่นคงของชาติ ที่เลวร้ายลง เนื่องมาจากการก่อเหตุโจมตีของกองกำลังติดอาวุธแบ่งแยกดินแดนและกล่าวโจมตีรัฐบาลก่อนหน้าที่ปฏิเสธไม่ยอมร่วมมือกับทางการมาลีและบูร์กินาฟาโซ ชาติเพื่อนบ้านที่กำลังเผชิญปัญหาการก่อการร้ายในลักษณะเดียวกัน

การยึดอำนาจที่เกิดขึ้นเรียกเสียงประณามจากอดีตเจ้าอาณานิคมอย่างทางการฝรั่งเศส ที่เรียกร้องให้ผู้ก่อรัฐประหารปล่อยตัวประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด บาซูม ผู้นำไนเจอร์ ที่ขึ้นสู่อำนาจตามครรลองในระบอบประชาธิปไตย อยู่ภายใต้การควบคุมตัวของคณะรัฐประหารหลังก่อการเมื่อ 3 วันก่อน โดยทางการฝรั่งเศสยังคงถือว่าประธานาธิบดีบาซูมคือผู้นำไนเจอร์ที่ชอบธรรมเพียงหนึ่งเดียว

ท่าทีดังกล่าวสอดคล้องกับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ประธานาธิบดีบาซูมยังคงได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐพร้อมขู่ คณะรัฐประหารว่าอาจเผชิญกับการถูกตัดเงินช่วยเหลือหลายล้านดอลลาร์สหรัฐด้วย แต่ยืนยันว่าทหารอเมริกันที่ประจำอยู่ในไนเจอร์ 1 พันนาย จะไม่เคลื่อนไหวใดๆ

ด้านประธานาธิบดีโบลา ตินูบู ผู้นำไนจีเรีย ในฐานะประธานกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจของรัฐแอฟริกาตะวันตก (ECOWAS) กล่าวว่า บรรดาผู้นำชาติในทวีปแอฟริกาตะวันตกจะร่วมหารือกันที่กรุงอาบูจา พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการเพื่อพิทักษ์ระบอบประชาธิปไตย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน