กรณีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ยืนยันนายทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ วู้ดซัม จะกลับประเทศไทย ใน วันที่ 10 ส.ค.2566 จะส่งผลให้วงการเมืองไทย สั่นสะเทือนหรือไม่ กระทบกับการที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ใครได้-ใครเสียประโยชน์อย่างไร มีความเห็นจากนักวิชาการ ดังนี้
นายธนพร ศรียากูล
นายกสมาคมรัฐศาสตร์แห่งม.เกษตรศาสตร์
นายทักษิณจะกลับประเทศไทย ส่งผลต่อการเมืองไทยแน่นอน เขาเป็นเจ้าของพรรคเพื่อไทย กลับมาเพื่อคุมเกมการจัดตั้งรัฐบาล และคุมเกมในการทำงานของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย สิ่งที่เราจะได้เห็นนอกจากนายกฯ จะมาจากพรรคเพื่อไทยแล้ว ตำแหน่งรมว.ยุติธรรมก็ต้องเป็นคนของพรรคเพื่อไทย
พรรคเพื่อไทยจะได้รับประโยชน์ในแง่ของแฟนคลับเก่าๆ จะเห็นว่าทันทีที่มีข่าวนายทักษิณจะกลับประเทศ มวลชนคนเสื้อแดงซึ่งเคยเป็นมิตรรักแฟนเพลงของนายทักษิณคึกคักขึ้นมาทันที หมายความว่าการแข่งขันกันระหว่างปีกพรรคเพื่อไทย ซึ่งชั่วโมงนี้ประกาศตัวชัดเจนแล้วว่าเป็นพรรคอนุรักษนิยมสายกลาง กับพรรคเสรีนิยมสายก้าวหน้าคือพรรคก้าวไกล จะมีความเข้มข้นขึ้น
แง่หนึ่งที่เห็นคือ ด้อมส้มที่คิดว่าส่งเสียงดังช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตอนนี้มีปีกมวลชนคนเสื้อแดงที่จะฟื้นขึ้นมาเช่นเดียวกัน ดังนั้น ใครที่เข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยจะสูญพันธุ์ อาจต้องประเมินใหม่ เพราะมีคนสนับสนุนที่เป็นแฟนคลับดั้งเดิมจำนวนไม่น้อย ประกอบกับถ้าได้แสดงผลงานในการบริหารงานเข้าตา ทำให้เศรษฐกิจฟื้น พรรคเพื่อไทยจะมั่นใจว่าสามารถเดินต่อทางการเมืองได้
แต่ทุกอย่างมีต้นทุนที่ต้องจ่าย ประเด็นคือจ่ายแล้วได้ผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยประเมินว่าการที่ได้เป็นนายกฯ เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยเป็นการจัดตั้งรัฐบาลแบบข้ามขั้ว ทำให้ได้กำไรมากกว่าต้นทุนที่จ่ายไป จึงไม่แคร์ที่จะเล่นเกมนี้
พรรคเพื่อไทยคงประเมินแล้วว่า การที่นายทักษิณกลับมา ทำให้ราคาทางการเมืองมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นสำหรับพรรคเพื่อไทย เนื่องจากนายทักษิณยังมีแฟนคลับอยู่จำนวนมาก
ขณะเดียวกันปีกอนุรักษนิยมเดิม ที่เคยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นตัวแทน วันนี้เกิดภาวะที่หาตัวแทนมาแทนพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ พรรคเพื่อไทยจึงเป็นคำตอบที่ลงตัวสำหรับปีกอนุรักษนิยมสายกลาง
การกลับไทยของนายทักษิณจึงทำให้พรรคเพื่อไทยได้ประโยชน์ทั้งทางการเมือง การเข้าสู่อำนาจทางการบริหาร และการจัดความสัมพันธ์ในการเมืองไทย
ส่วนฝ่ายที่เสียประโยชน์ คือปีกอนุรักษนิยมขั้วอำนาจเดิม เพราะแทนที่ตัวเองจะมีคนมาแทนพล.อ.ประยุทธ์ได้ สุดท้ายต้องกลับไปใช้บริการพรรคเพื่อไทย ซึ่งในมุมของตนถือว่าเป็นความอ่อนแอของปีกอนุรักษนิยมปีกจารีตแน่นอน
ขณะเดียวกันปีกพรรคก้าวไกลจะแข็งแกร่งขึ้น เพราะมี คู่เทียบคือพรรคเพื่อไทย ที่วันนี้แสดงให้เห็นแจ่มชัดแล้วว่ามีความมั่นคงในจุดยืน พรรคก้าวไกลจึงเป็นอีกพรรคหนึ่งที่ได้รับประโยชน์ทางการเมืองระยะยาว
ส่วนพี่น้องประชาชนตนก็คิดว่าได้รับประโยชน์ เพราะได้เห็นการต่อสู้ทางการเมืองทุกรูปแบบในรอบนี้ แปลว่าอีก 4 ปีข้างหน้า ทุกคนจะได้เข้ามากำหนดการเมืองกันด้วยความ เข้มข้น และอยู่บนพื้นฐานว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน

นายธเนศวร์ เจริญเมือง
ศ.ดร.รัฐศาสตร์ ม.เชียงใหม่
นายทักษิณ เป็นนักการเมืองที่ฉลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ของไทย คนระดับพญาอินทรีจะทำอะไรต้องมีจังหวะจะโคน มีการพูดคุย ต่อรองกันพอสมควร จนกระทั่งมาถึงวันนี้ที่สามารถระบุวันเวลากลับไทยที่ชัดเจนได้ แน่นอนว่าเรื่องการเมืองต้องเข้ามาเกี่ยวพัน
เมื่อพรรคก้าวไกลได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษโดยการมอบอำนาจแกนนำตั้งรัฐบาลให้พรรคเพื่อไทย ปัญหาคือคนเพื่อไทยจะคิดถึงเพื่อนเก่าอย่างไร จะจับมือกับ 8 พรรคเก่าหรือจะ โผเข้าไปหากลุ่มอื่นที่เป็นรัฐบาลเก่ามาแล้วอยากเป็นรัฐบาลอีก หรือจะประนีประนอมพบกันครึ่งทางระหว่างพรรคเก่าที่เคยร่วมกับรัฐบาล และพรรคที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย แล้วจะรักษาความสัมพันธ์อย่างไรที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และคนอื่นๆ ของพรรคที่พูดว่ามีลุงไม่มีเรา
ทั้งหมดเป็นความขัดแย้งที่เป็นการบ้านใหญ่ของพรรค เพื่อไทย และในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ผู้นำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทยก็กลับบ้าน เรื่องนี้สนุกแน่นอน
คำถามที่ว่าเพื่อไทยทำทุกอย่างเพื่อนายทักษิณหรือเป็นความประจวบเหมาะพอดีนั้นถือเป็นคำถามที่ลึกซึ้งมาก ตนคิดว่าถ้าเราให้ประโยชน์กับคนที่อยากกลับบ้าน และอยากกลับมานานหลายเดือนแล้ว แต่การกลับมาในช่วงวันที่ 10 ส.ค. ไม่ได้ห่างไกลจากเวลาที่มีการฟอร์มรัฐบาล ถ้ามองในแง่ดี ตนก็ว่าดีให้กลับมาเลย จะได้พบปะพูดคุยกันให้สุดๆ ไปเลย ต่อหน้าทุกฝ่าย เปิดประชาธิปไตยคุยกัน
ส่วนใครได้ประโยชน์ใครเสียประโยชน์จากการกลับเมืองไทยครั้งนี้ ฝ่ายเผด็จการควรตระหนักในสิ่งที่ตัวเองทำผิดมาตลอด เพราะนั่นคือประการแรก การยึดอำนาจปี 2557 ไม่ควรจะเกิดขึ้นในสังคมการเมืองสมัยใหม่ เพราะเป็นการฉุดการเมืองไทยให้ลงไปอีก คือการเอาสว.แต่งตั้ง ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์อันใดกับภาคประชาชนให้มีอำนาจเลือกนายกฯ
ถ้าถามว่าใครได้ประโยชน์ ตอบได้ทันทีว่า นี่คือโอกาสดีที่สุดของการรื้อฟื้นระบอบประชาธิปไตย และเป็นโอกาสทองของประเทศไทยที่จะก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก เปิดหน้าทั้งหมดแล้วนั่งคุยกันว่าตกลงจะแก้ไขอย่างไร
ที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งซึ่งคิดแล้วสนุก เมื่อไม่กี่วันก่อน ลุงคนหนึ่งประกาศว่าจะไม่ยุ่งกับการเมือง และวันนี้มีลุงอีกคนหนึ่งบอกจะได้กลับบ้าน จึงอยากชื่นชมว่าใครกันที่อนุญาต ใครกันที่เปิดเวทีให้ทั้งหมดนี้เป็นไปได้ ซึ่งดีที่จะได้เปิดวาระประชาธิปไตย และเปิดเผยให้ประชาชนเห็นว่าต่อไปนี้จะเดินด้วยกันอย่างไร เรื่องที่แล้วมาให้มันแล้วไป จะก้าวไปข้างหน้ากันอย่างไร
เสียงข้างมากที่ประชาชนเลือก รวมกันได้ 8 พรรค เป็นเสียงเกินครึ่งของสภาผู้แทนราษฎร นี่คือเสียงของประชาชน ดังนั้นทุกฝ่ายต้องใจกว้าง เปิดโอกาสให้รัฐบาลพรรคประชาธิปไตยได้ทำงาน
ถ้าจะมีคนกลับมา คนผู้นั้นควรกลับมาด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง ใหญ่โต มาส่งเสริมประชาธิปไตยรอบนี้ แล้วจับมือกันสร้างประเทศให้เจริญก้าวหน้า ทันอารยประเทศ พัฒนาเศรษฐกิจอย่างเต็มที่
ส่วนที่บางคนคิดถึงเรื่องความวุ่นวายนั้น หากเป็นไปตามแนวทางที่ตนกล่าวมา เชื่อว่าประชาชนมีเหตุผลรับได้ แม้จะใช้เวลาอีก 2-4 เดือนที่คุยกัน เพราะจะเป็นการรอเพื่อก้าวใหญ่ไปข้างหน้าให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย
นายทวี สุรฤทธิกุล
อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช
การกลับมาของนายทักษิณ ถือเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศทางการเมือง เพราะถ้ามองดีๆ ช่วงที่นายทักษิณไม่ได้อยู่ที่เมืองไทย จะมีความเงียบเหงา พอกลับอาจมีบรรยากาศที่คึกคัก แต่กลับมาต้องติดคุก ซึ่งมองได้ใน 2 บรรยากาศ เช่น คนที่รักนายทักษิณมากๆ อาจเรียกร้องให้ได้อยู่ในที่ที่สบาย แต่ต้องไม่ลืมว่าถ้าอยู่ที่สบายๆ จะเป็นการเสียระบบราชทัณฑ์ได้
อีกบรรยากาศหนึ่งคือคนที่ไม่ชอบนายทักษิณอาจจะคอยจ้องจับตาการเคลื่อนไหว เพราะมีบางกระแสข่าวระบุว่าที่เข้ามาเพื่อเคลื่อนไหวตั้งรัฐบาล ที่ตอนนี้พรรค เพื่อไทยได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลอยู่ ซึ่งนั่นไม่ใช่หน้าที่ของนายทักษิณแม้ที่ผ่านมารู้กันดีว่านายทักษิณทำมาโดยตลอดทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง ซึ่งจะทำให้เกิดการปะทะของกลุ่มมวลชนของทั้ง 2 ฝ่าย แต่เชื่อว่าไม่มีความรุนแรงมากนัก
ส่วนผลกระทบที่จะมีต่อพรรคเพื่อไทยนั้นเชื่อว่ามีแน่ ตั้งแต่เรื่องเลือกตั้งจนถึงการจัดตั้งรัฐบาล จนมาถึงเรื่องกระแสว่าต้องการบีบเอาพรรคก้าวไกลออก และให้ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลสลายไป เพื่อที่จะผลักดันให้พรรคเพื่อไทยเข้ามาจับขั้วใหม่ และนี่คือบทบาทของ นายทักษิณ
แม้กระทั่งพรรคก้าวไกลเองยังต้องไปเจรจาต่อรอง เพราะยังเคารพนับถือกันอยู่ และยังทำให้รู้ว่านายทักษิณยังมีอิทธิพลอยู่มาก ดังนั้นแล้วคงต้องตามกันดูว่าการเข้ามาไทยนั้นจะมาทำอะไรบ้าง
ในทางรัฐธรรมนูญ การให้คนนอกเข้ามาครอบงำพรรค การเมืองมีความผิด เชื่อว่าจะถูกจับตามองในเรื่องนี้ และอาจจะเกิดเรื่องยุ่งยากขึ้นได้อีก
ส่วนการที่นายทักษิณประกาศกลับไทยครั้งนี้ มีหลายคนเคยนับครั้งที่นายทักษิณพูดว่าจะกลับไทยรวม 17 ครั้ง และมีประเด็นว่ากลับไม่ได้ รวมถึงครั้งนี้ที่คิดว่าก็ยังกลับไม่ได้ การประกาศวันกลับแบบนี้เป็นเหมือนการโยนหินถามทางที่โยนถามนานถึง 14 วัน เชื่อว่านายทักษิณคงไม่มั่นใจด้วย เพราะเดิมบอกว่าจะกลับก่อนวันเกิดตัวเองที่ตรงกับวันที่ 26 ก.ค. มาวันนี้บอกจะกลับ 10 ส.ค.
แต่การกลับไทย นายทักษิณได้ประโยชน์มหาศาลทั้งได้ใจมวลชนที่เชียร์อยู่ และได้ท้าทายอำนาจรัฐที่พยายามติดตามไล่ล่าจับมาไม่ได้ แต่กลับมาด้วยตัวเองและยังมีการต้อนรับอย่างใหญ่โต อีกประโยชน์ มีกับพรรคเพื่อไทยที่จะช่วยกระตุ้นให้เป็นพรรคที่ได้เปรียบในการได้เป็นรัฐบาล
ส่วนผลเสียอาจจะเกิดความวุ่นวายในการตั้งรัฐบาล อาจมีคนจับตาดูความเคลื่อนไหวของนายทักษิณว่าจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการตั้งรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ ห้ามคนนอก เข้ามาครอบงำพรรคการเมือง