น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตนมในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน หลังเกิดสถานการณ์ขาดแคลนน้ำนมดิบ เพื่อหาแนวทางแก้ไข ปัจจุบันผลผลิตน้ำนมดิบทั้งประเทศลดลงอยู่ที่ ราว 2,700 ตัน/วัน ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล โดยที่ปริมาณน้ำนมจะ ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงท้ายปีที่จะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว จากที่มี ความต้องการใช้ไม่น้อยกว่า 3,100 ตัน/วัน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งลดลงประมาณ 400 ตัน
กอปรกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมบางส่วนเลิกเลี้ยงและหันไปประกอบอาชีพอื่น จึงเป็นเหตุให้ปริมาณโคนมในระบบลดลง และทำให้ปัจจุบันน้ำนมดิบเป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนมอย่างมาก จึงกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหารือทุกภาคส่วน เพื่อไม่ให้กระทบกับปริมาณน้ำนมที่ต้องใช้ในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ที่ต้องใช้วันละประมาณ 1,000 ตัน/วัน
ทั้งนี้ คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk Board) ได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอปรับราคารับซื้อน้ำนมดิบ ณ โรงงาน ครั้งที่ 1 เสนอขอเพิ่ม 1.50 บาท (จากเดิมราคา 19.00/กิโลกรัม เพิ่มขึ้นเป็น 20.50 บาท/กิโลกรัม) และครั้งที่ 2 เสนอขอเพิ่ม 2.25 บาท เป็น 22.75 บาท/กิโลกรัม ซึ่งจะต้องรอขอความเห็นชอบ ของ ครม.ในรัฐบาลชุดถัดไป นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ยังได้ขับเคลื่อนโครงการขยายพื้นที่ปลูกพืชอาหารสัตว์ 50,000 ไร่ ซึ่งมีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการ 13,809 ราย พื้นที่ 57,065 ไร่
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ขณะนี้ ธ.ก.ส.ได้หารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อหามาตรการช่วยเหลือลดต้นทุนให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม จากปัญหาต้นทุนการเลี้ยงโคนมที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้นมขาดแคลน ถือเป็นนโยบายรัฐบาลที่เข้าไปดูแลอยู่ เพื่อช่วยเหลือภาคการเกษตร ทั้งหมดเป็นหน้าที่ที่ภาครัฐและ ธ.ก.ส.ต้องเข้าไปดูแล ซึ่งโครงการอยู่ระหว่างรอการอนุมัติ เบื้องต้นในส่วนของปัญหาการชำระหนี้ในเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมนั้น ยอมรับว่ามีบางกลุ่มเริ่มได้รับผลกระทบ