แบงก์ชาติชี้ตั้งรัฐบาลที่ล่าช้ากระทบความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ ฉุดเชื่อมั่นเศรษฐกิจทรุด กลุ่มเปราะบางต้องแบกค่าครองชีพพุ่ง จับตาปัญหาเศรษฐกิจและการเงินโลกที่อาจจะชะลอลง เป็นความเสี่ยงของไทย
น.ส.ชญาวดี ชัยอนัน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้าหรือลากยาวมากๆ นั้น อาจจะมีผลกระทบในเรื่องความเชื่อมั่นมากกว่า ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณมองว่า ในแง่เม็ดเงินจากงบรายจ่ายประจำยังไปได้ตามกรอบเดิม แต่ที่อาจจะล่าช้าคืองบลงทุน ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งก่อนได้มองแล้วว่าปัจจัยดังกล่าวอาจจะส่งผลให้การเบิกจ่าย งบประมาณล่าช้าไปบ้าง
“อย่างที่บอกว่าผลกระทบขึ้นอยู่กับระยะเวลา แต่ถ้าลากยาวมากๆ อาจมีผลกระทบในเรื่องความเชื่อมั่น โดยภาพรวมอยากให้รอทาง กนง. ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 2 ส.ค.นี้ รวมถึงอยากให้ดูตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 จริงๆ จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ จะเห็นภาพจริงว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ภาพเศรษฐกิจไทยจะออกมาเป็นอย่างไร”
น.ส.ชญาวดีกล่าวว่า ยอมรับว่ายังมีปัจจัยเสี่ยงหลักๆ ที่ต้องจับตา เพราะจะมีผลกับเศรษฐกิจไทย คือ ปัญหาเศรษฐกิจและการเงินโลก ที่มองว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะชะลอลง และต้องดูว่าจะยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์หรือไม่ รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลและนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นหากลากยาว รวมไปถึงสถานการณ์ค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อ กลุ่มเปราะบาง โดย กนง. จะมีการทบทวนความเสี่ยงต่างๆ ทั้งหมดอีกครั้ง
ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน โดยจำนวนนักท่องเที่ยว ต่างชาติปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.4 ล้านคน ส่งผลให้ ภาคบริการและการบริโภคภาคเอกชนขยายตัว ส่วนเดือน มิ.ย. 2566 เศรษฐกิจภาพรวมอยู่ในทิศทางฟื้นตัว โดยภาคการท่องเที่ยวปรับดีขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 2.24 ล้านคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียและจีน รวมถึงการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำปรับเพิ่มขึ้นจากสินค้าเกษตรเป็นสำคัญ หลักๆ มาจากการส่งออกสินค้าเกษตรเป็นสำคัญ โดยเฉพาะทุเรียนภาคใต้ไปจีน ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมทรงตัว สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรม