หมดวันหยุดยาวเข้าสู่โลกของความเป็นจริง ซึ่งต้องยอมรับว่าสถานการณ์การเมืองยังคงร้อนแรง และคาดเดาไม่ได้จริงๆ
ทุกอย่างสามารถพลิกผัน เปลี่ยนกันได้นาทีต่อนาทีจริงๆ
แน่นอนว่าโฟกัสสำคัญอยู่ที่การ กลับเมืองไทยของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่ประกาศกลับเมืองไทยในวันที่ 10 ส.ค.
แต่ก็มีกูรูออกมาฟันธงว่า อดีต นายกฯ จะไม่เดินทางกลับแน่นอน เพราะเรื่องข้อตกลงหลายต่อหลายอย่างผิดแผน
ส่วนจะรู้จริงหรือไม่ หรือเป็นการคาดเดา การพยากรณ์ วันที่ 10 ส.ค.นี้ก็คงรู้กันว่าจะเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ยังมีไทม์ไลน์ ที่สำคัญของสถานการณ์การเมืองไทย นั่นก็คือการนัดประชุมรัฐสภา ใน วันที่ 4 ส.ค.นี้
ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่ารับคำร้อง หรือไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เรื่องการตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในวันที่ 3 ส.ค.
หากศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง หรือหากรับ ก็ไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว การพิจารณาเพื่อลงมติโหวตนายกฯ คนที่ 30 ก็มีโอกาสเป็นไปได้สูง
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายแน่นอน เพราะต้องเริ่มที่การอภิปรายว่าสรุปแล้วมติรัฐสภา เรื่องข้อบังคับที่ 41 ที่ดูเหมือนจะศักดิ์สิทธิ์กว่ารัฐธรรมนูญ จะมีข้อสรุปอย่างไร
ประธานรัฐสภาจะใช้อำนาจวินิจฉัยไปในทิศทางใด
และยังทำให้สามารถเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซ้ำได้หรือไม่
หากไม่ได้ 8 พรรคที่ลงเอ็มโอยูร่วมกันจะเสนอชื่อใคร หรือแม้กระทั่งเมื่อถึงวันนั้น 8 พรรคยังจะ จับมือกันมั่นอยู่หรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ
การจับขั้วตั้งรัฐบาลจะเป็นอย่างไร เพื่อไทยจะร่วมกับพรรค 2 ลุงหรือไม่ รวมทั้งสรุปแล้ว ก้าวไกลจะกลายเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล
ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในทางใดทางหนึ่ง และจะส่งผล กระทบอย่างยิ่งในอนาคตข้างหน้า
เช่นเดียวกับอนาคตของนายทักษิณ ในวันที่ 10 ส.ค. จะเป็นอย่างไร ย่อมผูกติดกับสถานการณ์วันที่ 4 ส.ค.
จะเป็นอย่างไรคงได้ติดตามดูกัน!!!
รุก กลางกระดาน