การส่งออกไทยที่กำลังหดตัวอย่างหนัก จากกำลังซื้อคู่ค้าที่ชะลอตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย ทำให้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ต้องเร่งกู้ตัวเลขส่งออก นอกจากการอัดกิจกรรม การตลาด เพื่อเร่งกระตุ้นส่งออกในระยะสั้นแล้ว
ยังมีแผนระยะยาว เร่งเจรจาเปิดตลาดสินค้าและบริการไทยกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพิ่มเติมคือ การจัดทำเขตการค้าเสรี หรือ FTA (Free trade area) กับประเทศใหม่ และการจัดทำ Mini FTA หรือความตกลงการค้า 2 ฝ่าย กับเมืองต่างๆ ทั่วโลก เพื่อเร่งขยายการส่งออกสินค้าและบริการของไทยไปสู่ตลาดโลกให้มากขึ้น

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบ FTA ระบุว่า ปัจจุบันไทยมี FTA แล้ว 14 ฉบับ กับ 18 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน 9 ประเทศ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย เปรู ชิลี และฮ่องกง โดยความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) (Regional Comprehensive Economic Partnership) เป็น FTA ฉบับล่าสุด
“เอฟทีเอ 14 ฉบับ ครองสัดส่วนการค้า 61% ของการค้าไทยกับโลก โดยในปี 2565 สร้างมูลค่าการค้าให้ไทยกว่า 3.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 12,542,911 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5% กระทรวงพาณิชย์ จะเร่งทำ FTA เพิ่ม และเร่งอัพเกรด FTA ฉบับเดิมให้กว้างขึ้น โดยตั้งเป้าที่จะผลักดันสัดส่วนการค้า FTA ของไทยกับการค้าโลก ให้เพิ่มเป็น 80% ในปี 2570 ช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้ไทยอย่างยั่งยืน”
สำหรับแผนการเจรจา FTA กับคู่ค้าใหม่ประกอบด้วย FTA ไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ตั้งเป้าเจรจาจบในปีนี้, ไทย-สหภาพยุโรป (อียู) ตั้งเป้าเจรจาจบปี 2568, ไทย-สมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) ประกอบด้วย สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ ตั้งเป้าเจรจาจบปี 2567, ไทย-ศรีลังกา ตั้งเป้าเจรจาจบปี 2567 และอาเซียน-แคนาดา ตั้งเป้าเจรจาจบปี 2567
และอยู่ระหว่างการศึกษาอีกหลายฉบับ เช่น ไทย-สหราชอาณาจักร, ไทย-สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union : EAEU) ประกอบด้วย รัสเซีย คาซัคสถาน เบลารุส อาร์เมเนีย และคีร์กีซสถาน

ไทย-กลุ่มพันธมิตรแปซิฟิก (pacific Alliance) ประกอบด้วย ชิลี โคลัมเบีย เม็กซิโก และเปรู, ไทย-กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council หรือ GCC ประกอบด้วย ซาอุดีอาระเบีย คูเวต โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์, บาห์เรน) ไทย-อิสราเอล, ไทย-กลุ่มแอฟริกัน ไทย-ภูฏาน, ไทย-กลุ่มเมอร์โคชูร์ ที่ประกอบด้วย อาร์เจนตินา บราซิล ปารากวัย อุรุกวัย และเวเนซุเอลา
ส่วนเอฟทีเอเดิมที่ต้องเร่งอัพเกรดเปิดเสรีให้เข้มข้นมากขึ้น ได้แก่ ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement : ATIGA), อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์, อาเซียน-จีน, อาเซียน-อินเดียและอาเซียน-เกาหลีใต้ และยังมี FTA คงค้างที่ต้องเร่งคุยให้จบอีก 2 ฉบับคือ ไทย-ตุรกี และไทย-ปากีสถาน

สำหรับ Mini FTA นายภูสิต รัตนกุลเสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า ล่าสุดไทยทำ Mini FTA ไปแล้ว 7 ฉบับ คือ ไทย-โคฟุ ญี่ปุ่น, ไทย-ไห่หนาน จีน, ไทย-กานซู่ จีน, ไทย-เซินเจิ้น จีน, ไทย-เตลังคานา, ไทย-คยองกี เกาหลีใต้ และไทย-ปูซาน เกาหลีใต้
ส่วนปีนี้มีแผนที่จะทำเพิ่มไม่ต่ำกว่า 7 ฉบับ อาทิ ไทย-ยูนาน จีน และไทยกับเมืองรอง ในอินเดียอีก 5 รัฐ ได้แก่ รัฐกรณาฏกะ รัฐมหาราษฎระ รัฐเกรละ รัฐอัสสัม และรัฐคุชราต
FTA และ Mini FTA ถือเป็นไพ่ ใบสุดท้ายที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ส่งออกให้กับสินค้าไทย ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก แต่ต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผล
ในระยะสั้นกระทรวงพาณิชย์คงทำได้แค่ประคองสถานการณ์ส่งออกให้ไม่ทรุดตัวไปมากกว่านี้