อินเตอร์ ไมอามี แห่งสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่ทีมที่มีเกียรติยศทางฟุตบอลอะไร แต่ทีมนี้ก็ได้รับความสนใจจากเหล่าแฟนบอลอย่างสูง เพราะมีเจ้าของร่วมอย่าง เดวิด เบ๊กแฮม อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ

สมัยยังเป็นนักเตะอาชีพ เบ๊กแฮมขึ้นชื่อเรื่องหน้าตาที่หล่อเหลาและความเป็นเจ้าแห่งแฟชั่น หลังจากนั้นเมื่อแขวนสตั๊ดไป เจ้าตัวก็หันมารับบทบาทผู้บริหารสโมสรฟุตบอล ในฐานะเจ้าของทีมแห่งนี้

และตอนนี้กระแสของอินเตอร์ ไมอามี ก็ยิ่งแรงขึ้นไปอีก หลังจากที่ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังตลอดกาล ลิโอเนล เมสซี ตกลงย้ายมาเป็นผู้เล่นใหม่ของทีมเรียบร้อย

แต่กว่าที่เรื่องราวของอินเตอร์ ไมอามี จะมาถึงจุดนี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งเบ๊กแฮมให้สัมภาษณ์บอกเล่าว่ามันเป็นแผนที่มีจุดริเริ่มมานานร่วม 10 ปีแล้ว แม้ว่าสโมสรจะเพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 2018 หรือเมื่อ 5 ปีที่แล้วนี้เอง

โดยเบ๊กแฮมบอกว่า “เมื่อมองย้อนกลับไปและคิดว่าเส้นทางมันยาวนานร่วม 10 ปี มันทำให้ผมรู้สึกเหนื่อยขึ้นมาเลย มันมีช่วงเวลาขึ้นและลง ไหนจะเจอโรคระบาดและอุปสรรคต่างๆ แต่ผมรู้ว่านี่จะเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดที่ผมเคยทำมา

ผมพูดอยู่เสมอว่าผมอยากมีทีมฟุตบอลเป็นของตัวเอง ตอนที่ผมรู้ว่าตัวเองมีโอกาสทำเช่นนั้น ผมก็คิดขึ้นมาว่านี่จะเป็นมรดกตกทอด นี่เป็นวิธีที่ผมอยากตอบแทนกีฬาที่ให้อะไรกับผมมากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา

มันเป็นความลำบากตั้งแต่วันแรกที่ต้องหาที่ดิน หาบุคลากรและหุ้นส่วนที่เหมาะสม มันเคยมีจุดที่ทางเมเจอร์ลีกขอให้ผมขายสิทธิ์ทำทีมคืนเพราะมันมีความยุ่งยากมาก เรียกว่าเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิตผมเลย”

ไม่ใช่แค่เรื่องเกือบตั้งทีมไม่สำเร็จเท่านั้น เบ๊กแฮมยังเคยต้องเผชิญความหนักใจครั้งใหญ่เมื่อต้องสวมบทบาทเจ้าของทีม แล้วมี คำสั่งปลด ฟิล เนวิลล์ อดีตเพื่อนร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ พ้นตำแหน่งเฮดโค้ชเพราะทีมผลงานแย่

เบ๊กแฮมพูดถึงเรื่องนี้ว่า “โชคร้ายที่คุณรู้ดีว่าต้องตัดสินใจเรื่องยากในฐานะที่เป็นเจ้าของทีม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผลงานในสนาม ผมรู้จักฟิลมานานและเขาได้นำความจริงจังที่เราไม่เคยมีมาก่อนเข้าสู่ทีม แต่เรากลับทำผลงานได้ไม่ดีนัก และเรารู้สึกว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง”

แต่แนวโน้มของอินเตอร์ ไมอามี ตอนนี้ทำท่าจะดีขึ้น เมื่อทีมได้กุนซือดังอย่าง เคราร์โด มาร์ติโน มาคุมทัพ และยังได้เมสซีมาร่วมสังกัดอีก ซึ่งเรื่องเมสซีนั้นเบ๊กแฮมบอกว่าตนคิดไว้ตั้งแต่ที่ทีมยังไม่ได้ก่อตั้งขึ้นแล้ว

เบ๊กแฮมย้อนความไปถึงอดีตเมื่อครั้ง ได้สนทนากับ ฮอร์เก มาส ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าของร่วมอินเตอร์ ไมอามี ด้วยเช่นกัน “ผมพูดกับฮอร์เกว่าสักวันหนึ่งเราต้องให้ เมสซีมาที่สโมสรของเรา บางทีนั่นอาจเป็นครั้งแรกที่พวกเราได้เจอหน้ากันด้วยซ้ำ”

จากนั้นข้ามมาสู่ปี 2019 ซึ่งอินเตอร์ ไมอามี ได้ถือกำเนิดขึ้นเรียบร้อย และเบ๊กแฮมเผยว่า ตนแอบดอดคุยกับเมสซีแบบลับๆ “เรานั่งเครื่องบินมาบาร์เซโลนา จากนั้นรอที่โรงแรมเพื่อพบ ฮอร์เก เมสซี (พ่อและเอเยนต์ของเมสซี) และบอกเขาไปตรงๆ ว่าอยากเห็นลูกชายเขามาเล่นกับเราสักวันหนึ่ง”

ส่วนความรู้สึกหลังได้เมสซีมาร่วมทัพแล้วจริงๆ เบ๊กแฮมบอกว่า “การนำลีโอ เมสซี มาสู่อินเตอร์ ไมอามี หลังจากที่เข้าคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก มันเป็นความสำเร็จที่เหลือเชื่อ ผมรู้สึกเหมือนเราเอาชนะทุกการแข่งขันจนได้เซ็นสัญญากับนักเตะที่ดีที่สุดของโลก เพื่อให้เขามาเล่นกับเราทุกเกม”

อีกประเด็นที่น่าสนใจ เบ๊กแฮมพูดถึงเป้าหมายในการบริหารอินเตอร์ ไมอามี โดยหวังให้เป็นเหมือนนิวยอร์ก แยงกีส์ ทีมเบสบอลดังแห่งสหรัฐอเมริกา ที่โดดเด่นทั้งในและนอกสนาม

อดีตปีกขวาเท้าชั่งทองบอกว่า “ผมอยากเห็นผู้คนเดินบนท้องถนนโดยสวมหมวกของไมอามี และรู้ว่านั่นคือแบรนด์ของไมอามี ผมหวังให้ผู้คนอยากสวมเสื้อและหมวกของเรา แม้ว่าเขาคนนั้นจะไม่ใช่แฟนกีฬาฟุตบอลด้วยซ้ำ”

ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกว่าที่เบ๊กแฮมและอินเตอร์ ไมอามี จะมาถึงจุดนี้ได้ แต่อย่างที่คอบอลรู้กันดีตั้งแต่สมัยที่เบ๊กแฮมยังเป็นนักเตะอยู่ เขาเป็นคนมีความทะเยอทะยานสูงทั้งในและนอกสนาม ซึ่งจิตใจที่สู้ไม่ถอยของดาวค้างฟ้าตลอดกาลคนนี้จะส่งให้อินเตอร์ ไมอามี บินสูงยิ่งกว่าเดิมในอนาคตอย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน